หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

อนุรักษ์ต้นยางนา

Author by 27/07/15No Comments »

  เคาะสนิม180         คนรุ่นใหม่ต้องหันมาอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างบ้านเมืองให้สวยงาม เมืองน่าอยู่ ผู้คนมาเห็นแล้วประทับใจ เพราะใกล้หมดยุคเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว ติดป้ายโฆษณาสลอนตามข้างถนน ติดต้นไม้ และปล่อยถุงพลาสติกปลิวว่อนจากการทิ้งไม่เลือกที่ของคนไทย คนเมือง คนต่างด้าว ที่ไม่ได้บ่มเพาะเรื่องวินัยรักความสะอาด

ผมมีเรื่องการอนุรักษ์ต้นไม้ และสายน้ำมาเคาพะสนิม ฝากไปถึงผู้เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา จากการประชุมเพื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลยางเนิ้ง อ.สารภี นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมสัมมนาชี้แจงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในท้องที่ ต.วัดเกต ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ ต.หนองผึ้ง ต.ยางเนิ้ง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และในท้องที่ ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน

มีข้อมูลจากไลน์กลุ่มรวมพลคนข่าว ชม.ว่าวันนั้น มีนายวีรนิต ฐานสุพร ผอ.กลุ่มงานพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน และบรรยายถึงแนวทางการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงฯ และนายคงศักดิ์ มีแก้ว ผอ.ส่วนอนุรักษ์หมอต้นไม้ กรมป่าไม้ ชี้แจงแนวทางการอนุรักษ์และการบำรุงรักษาต้นยางนา

รองนาวิน สินธุสอาด บอกว่า กว่าจะมีวันนี้ได้หลายหน่วยงานใช้ความพยายามยาวนาน เรื่องการอนุรักษ์ต้นยางนา ต้นขี้เหล็ก ที่ผ่านมามากมายหลายกิจกรรมที่ทำขึ้นเพื่อการอนุรักษ์ต้นไม้ ทั้งการบวชต้นไม้ การนำกล้วยไม้มาประดับตกแต่ง รวมถึงการจัดการกับป้ายโฆษณาต่างๆ ที่มาทำลายต้นยาง เดิมหากใครศึกษาประวัติศาสตร์เส้นทาง 106 หรือถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมามีการปลูกต้นยางนาประมาณ 2,000 ต้น ณ วันนี้เหลือเพียง 955 ต้น หายไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว เฉพาะพื้นที่ ต.ยางเนิ้ง เหลือเพียง 303 ต้น อีกส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.หนองผึ้ง ต.สารภี

“ต้องขอบพระคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ประกอบกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ ได้มีพระราชดำรัสแก่ผู้ว่าฯเชียงใหม่เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2550 ว่าขอฝากผู้ว่าฯ อย่าให้ใครตัดต้นยางที่ถนนเชียงใหม่-ลำพูน เพราะไม่มีที่ไหนอีกแล้ว จากกระแสพระราชดำรัสนั้น นำมาซึ่งการดำเนินการอย่างเป็นระบบมากขึ้น จากอดีตที่ทำงานไม่ค่อยจะมีการบูรณาการกัน ต่างคนต่างทำ ทั้งภาครัฐทั้งองค์กรเอกชน ทำเสร็จแล้วอาจไม่มีการประเมิน หรือใช้จ้างเอกชนเข้ามาดำเนินการอย่างไม่มีระบบ แต่นี้ต่อไปก็จะมีการทำงานกันในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งจะดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ”

          รองผู้ว่าฯย้ำ วันนี้มีแผนการปฏิบัติการ และขั้นตอนชัดเจนแล้ว ดึงนักวิชาการเข้ามาช่วยทั้งจาก .แม่โจ้ .เชียงใหม่ และจากนี้พี่น้องประชาชนก็ต้องเข้ามาช่วยกันในการดูแล เพื่อจะร่วมกันรักษาต้นยางนาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้วันพรุ่งนี้ต่ออีกครับ.