หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

เขาเผาอะไรกัน ?

Author by 31/03/16No Comments »

         เคาะสนิม180       ช่วงปลายมีนาคม เริ่มมีลิ่มความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาอีกครั้ง แม้จะไม่มีพายุฝนในภาคเหนือมากนัก เกิดขึ้นบางจังหวัด แต่ผลดีคือ สลายหมอกควันที่ปกคลุมอยู่มหาศาล แทบหายใจไม่ได้ ทุกจังหวัดคุณภาพอากาศแย่ลงสุด ๆ ถือว่าผ่านวิกฤตหมอกควันไปได้หวุดหวิด

สาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดหมอกควัน ก็รู้กันอยู่มาจากการเผาไม่เลือก เผาหญ้า ใบไม้แห้ง แผ้วถางแล้วเผา เผาป่าโดยจุดไฟหรือทิ้งก้นบุหรี่ ไฟไหม้ริมทางลามไปถึงยอดดอย เหล่านี้เกิด         จุดฮ็อตสปอตมากมาย ผลจากการรณรงค์ต่อเนื่องมาหลายปี ๆนี้ พอจะเห็นผลบ้าง จากเดิม     ฮ็อตสปอตเกิดขึ้นเกือบ 2 พันครั้ง แต่ช่วงห้ามเผาที่เชียงใหม่ปีนี้เกิดราว 500 ครั้งถือว่าลดลง แต่ยังมีเผา และหมอกควันหนาแน่นอยู่

น่าสนใจที่ เร็ว ๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประชุมหารือประเด็นหมอกควันในภาคเหนือ ร่วมกับผู้บริหารและคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยนักวิจัยจากฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว.  รศ. ดร. นพ.พงศ์เทพ วิวรรธนะเดช ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการคุณภาพอากาศ มช.พูดถึงมลพิษในอากาศของภาคเหนือว่ามีหลายปัจจัย ทั้งการจราจรในเขตเมือง ทำให้มีการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่มีการใช้เชื้อเพลิงไม่สะอาด อาทิ อิฐ แกลบ รวมถึงการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์อบลำไย การเผาในที่โล่ง ไม่ว่าจะเป็นขยะ ป่า และการเกษตร

แต่ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันมากที่สุด คือ การทำไร่ข้าวโพด โดยเฉพาะในอำเภอแม่แจ่ม และอมก๋อย ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเผาตอซังรวม 3 ครั้งต่อปี ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการสะสมสารพิษในร่างกายตลอดทั้งปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ทำให้มีผู้ป่วยมะเร็งปอดและหอบหืดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีหมอกควันหนาแน่นในเดือนมกราคม-มีนาคม จะมีอัตราการเสียชีวิตมากขึ้น

“ปัญหาของการจัดการหมอกควันในภาคเหนือ คือ การขยายพื้นที่เพื่อจัดการปัญหาที่ดีทำได้ช้า ไม่ทันกระแสทุนนิยมที่ทำเกษตรพันธสัญญาให้ปลูกข้าวโพด โดยมีผู้นำชุมชนเป็นเสือนอนกิน เป็นนายหน้าให้กับกลุ่มนายทุนที่เอาแต่ผลกำไรแล้วผลักภาระการกำจัดขยะให้เกษตรกร การขับเคลื่อนกฎหมายทำได้ช้า ไม่มีนโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจนบังคับให้กลุ่มนายทุนเหล่านี้รับผิดชอบเรื่องการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี จึงยิ่งส่งผลให้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและสร้างความเดือดร้อนมากขึ้น” อาจารย์ นพ.พงษ์เทพระบุ

ที่ประชุมจะเสนอให้เชื่อมโยงปัญหาเหล่านี้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นสากล เพื่อให้ปัญหาน่าสนใจมากขึ้น และทำงานเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์และลาวที่ได้รับผลกระทบจากการปลูกข้าวโพดเหมือนกัน ก็ต้องรอดูปีหน้าจะมีอะไรคืบหน้าครับ.