หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

เชียงใหม่อุบัติเหตุสูง

Author by 22/08/14No Comments »

 เคาะสนิม180         ข่าวคนไทยเมาแล้วขับ ชนคนญี่ปุ่นขณะกำลังปั่นจักรยานตาย กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว และส่งผลกระทบถึงความรู้สึกของชาวญี่ปุ่น ถึงขั้นเรียกร้องให้เพิกถอนการเปิดเข้าเมืองโดยไม่ต้องขอวีซ่า และการเข้มงวดกวดขันอื่น ๆ แน่นอนว่ากระทบต่อการยังชีพหรือเรียนหนังสือของคนไทยในประเทศของเขาเป็นอันมาก

ขนาดกฎหมายไทยบังคับไม่ให้คนเมาขับรถ มีบทลงโทษอย่างหนัก ต้องไปนอนห้องขัง และขึ้นศาลทุกราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวคนเมาเอง และต่อสาธารณชน แต่พอไปอยู่เมืองนอก คนไทยกลับลืมตัวไปก่อคดีดังว่าขึ้น เรื่องนี้พูดกันว่า จำเป็นจะต้องสอนให้จดจำเป็นอุปนิสัยของคนไทยไปเลยจะดีกว่ามาแก้ปัญหาภายหลังหรือดัดไม้แก่ ซึ่งเป็นการยาก พอไม่เห็นด่านตรวจก็ไม่กลัวกัน

อย่างไรก็ตามเรื่องอุบัติเหตุทางถนนนั้นเมื่อ 30 ปีก่อนญี่ปุ่นเคยเป็นแชมป์สูงสุดระดับโลกมาแล้ว แต่เมื่อออกกฎหมายเข้มงวดมากขึ้นจนกระทั่งคนของเขาเห็นเป็นเรื่องอันตราย การกวดขันจึงเพลาๆลง ไม่คาดจะมาเกิดเพราะคนไทยครั้งนี้ ว่าไปแล้วอดีตหลายเมืองของญี่ปุ่น ก็คงเหมือนเชียงใหม่วันนี้ เพราะมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก มีการเปิดเวทีสาธารณะพูดถึงแนวทางป้องกันแก้ไขมาสักร้อยหน ก็ยังแก้ไขไม่ได้

น.พ.เติมชัย เต็มยิ่งยง แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สนง.สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งในที่ประชุมวิชาการนำเสนอนวัตกรรมการป้องกันและลดอุบัติหตุทางถนนของจังหวัดเชียงใหม่วันก่อนว่า เพราะที่นี่มีประชากรอาศัยมาก ทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ เทศกาลสำคัญ ๆ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุทางถนนในเชียงใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เปรียบเทียบปี 2554-2556 อัตราการบาดเจ็บต่อแสนประชากรเพิ่มจาก 1,830.33 เป็น 1,958.30 และ 2,399.30 อัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 15.79 เป็น 17.26 และ 20.11 อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยทั้งด้านสภาพถนนที่มีจุดเสี่ยงหลายอำเภอ พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย เช่นไม่สวมหมวก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ดื่มสุราขณะขับรถ และขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เป็นต้น…

ผู้ว่าฯสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ยอมรับในพื้นที่มีทั้งภูเขา ที่ราบลุ่ม และเขตเมือง ทั้งเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จึงต้องเฝ้าระวัง ทั้งในช่วงเวลาปกติละช่วงเทศกาลสำคัญ ให้ภาครัฐหรือจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียวไม่เพียงพอแก้ไขปัญหา ต้องดึงภาคีเครือข่าย ทั้งทางภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน มีส่วนร่วมแสวงหารูปแบบหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ มาป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยผู้บาดเจ็บให้มีประสิทธิภาพด้วย…ซึ่งจะทำได้ผลหรือไม่ต้องรอดูครับ.