หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

เว็บไซต์ไม่พึงประสงค์

Author by 25/05/14No Comments »

เคาะสนิม180       ว่ากันว่าหนึ่งคืนกับหนึ่งวันหลังประกาศยึดอำนาจของ คสช. ทำให้ผู้คนไม่ได้ดูทีวี (ละคร) ไม่ได้ฟังวิทยุรายการโปรดแทบคลั่งไปตามกัน เพราะทุกสถานีถ่ายทอดสด ททบ.5 แห่งเดียว หลายคนบอกหันไปพึ่งอินเตอร์เน็ต เปิดเว็บไซต์ เล่นไลน์ เฟสบุ้คไปตามเรื่อง หาไม่แล้วอกจะแตกตาย…

แสดงว่าช่องทางการสื่อสารไม่ได้ปิดกั้นเสียทีเดียว เมื่อไม่ได้ดูโทรทัศน์ไม่มีวิทยุให้ฟังรายการที่ชอบ ก็ยังมีอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่มีการปิดกั้นโดยตรง แต่มีการบล็อกเว็ตไซต์ไม่พึงประสงค์ เช่น หมิ่นสถาบัน ปล่อยข่าวลือ ยุยงให้เข้าใจผิด ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมากมายสารพัดจะทำ โดยทางราชการเหมือนไม่ทำอะไรเลย

เพิ่งจะมาเห็นข่าวว่า กระทรวงไอซีที ปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาขัดต่อความมั่นคงแล้วกว่า 100 URL โดยนายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที บอกว่าได้รับมอบหมายจากกองทัพบก ให้เฝ้าระวัง และตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเป็นภัยต่อความมั่นคง

ขณะนี้ได้ปิดเว็บไซด์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายไปแล้วกว่า 100 URL ผ่านการเฝ้าระวังและตรวจสอบโดยศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cyber Security Operation Center:CSOC) ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดตามการนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บไซด์ รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนและประสานงานกับทุกฝ่าย ในการปราบปรามเว็บไซด์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม…

ทางด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เผยว่า กสทช. ได้รับหนังสือจาก  คสช. ให้กำกับดูแลเนื้อหาในบริการอินเทอร์เน็ตผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. รวม 108 รายทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติเกี่ยวกับการให้บริการตามประกาศฉบับที่ 17 ของคสช. เกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปสู่ประชาชน ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่สงบภายในราชอาณาจักร

          สำหรับการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้ง Facebook Line Youtube กสทช.ยืนยันว่า ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติไม่ปิดกั้นการใช้งานแต่อย่างใด แต่จะใช้การปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาเป็นกรณี เมื่อพบเนื้อหาที่ขัดต่อประกาศ คสช. ขณะที่บริการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ IPTV จะปิดการเข้าถึงและการรับชมทั้งหมด

สำนักงาน กสทช. จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อติดตามตรวจสอบเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านวิทยุโทรทัศน์ พร้อมเก็บบันทึกเนื้อหาไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนโดยเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นโปรดระมัดระวังกันไว้บ้างนะครับ.