หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

เศรษฐกิจปีวอก (ต่อ)

Author by 9/02/16No Comments »

เคาะสนิม180                นายสิงห์ชัย บุณยโยธิ ผอ.อาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ(เชียงใหม่) พูดถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินสามเดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว ว่าภาคธุรกิจการท่องเที่ยวดีเยี่ยม เช่นเดียวกับการไขก็อกงบประมาณมาใช้ก่อสร้างจ้างเหมาก็เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 25 ทำให้เศรษฐกิจรวมของภาคเหนือทำท่าจะดีขึ้น…

มา ว่าต่อว่า เศรษฐกิจในปีวอก 2559 น่าจะมีแนวโน้มอย่างไร ทปธ.เหนือแจงว่า การเบิกจ่ายตามโครงการของกรมชลประทาน กรมทางหลวง และอาคารของสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงความคืบหน้าในการเบิกจ่ายในโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขน ส่งทางถนน ทำให้ปลายปีมาถึงต้นปีนี้น่าจะดีขึ้น ประกอบกับดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน

“การใช้จ่ายสินค้าคงทนที่เพิ่มขึ้นชัดเจนในหมวดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์และรถจักรยานยนต์ ที่อาจเป็นผลของการเร่งซื้อก่อนการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ขนาดเครื่องยนต์เกิน 1,500 ซีซีในต้นปีผ่านมา ด้านสินค้าจำเป็นในการอุปโภคบริโภค สินค้าหมวดน้ำมันเชื้อเพลิง และการใช้ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและวัสดุก่อสร้างยังขยายตัวได้ นอกจากนี้ การใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภทปรับตัวดีขึ้นทั้งเครื่องสำอางและเครื่องประดับ”

ทปธ.เหนือ เห็นว่าแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับ ภาวการณ์ท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี มีการลงทุนของภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศ และนักลงทุนจากจีนเข้ามา สร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้นกว่าต้นปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การอุปโภคบริโภคโดยทั่วไปในภาคเหนือตอนล่างบางจังหวัดกลับพบว่ายังซบเซา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะตกต่ำของสินค้าเกษตร

นายสิงห์ชัย บอกจะอย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งดีใจเสียทีเดียว เพราะยังมีภาคเศรษฐกิจที่ยังไม่คืบหน้ามากนัก ได้แก่การลงทุนภาคเอกชน ที่ดัชนีลดลงร้อยละ 2.4 ส่วนหนึ่งเป็นผลสะท้อนจากภาคการก่อสร้าง ภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังซบเซา การผลิตอุตสาหกรรมบางประเภทยังไม่ได้เพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากมีสต๊อกสินค้ามากอยู่และความต้องการสินค้าทั้งในและต่างประเทศโดยรวมยังอ่อนแออยู่ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงรอจังหวะให้มีความชัดเจนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก และเห็นผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐชัดเจนก่อน

สรุปว่า ธุรกิจท่องเที่ยวดี งบประมาณรัฐไขก๊อกลงมาต่อเนื่อง แต่ที่ยังทรงตัวและไม่ชัดเจน เห็นจะเป็นภาคอสังหาริมทรัพย์ ราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำทั้งข้าว ยางพารา อื่นๆ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมส่งออก พร้อมกันนั้นในปีนี้ยังส่อว่าจะเกิดภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเกษตรจนถึงน้ำผลิตประปาอีกด้วย ก็รอดูต่อไปอย่างระมัดระวังครับ.