หน้าหลัก » บทความ IT

การสื่อสารความเสี่ยงในโลกยุคที่ความไว้ใจหาได้ยาก (ตอนที่สอง)

Author by 26/07/12No Comments »

Risk Communication in the Post trust society

จากที่ได้กล่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจอห์น เกรแฮม (John Graham) พยายามโต้แย้งกับนักวิทยาศาสตร์ว่า ความเสี่ยงนั้นไม่สามารถอธิบายด้วยกลไกทางวิทยาศาสตร์เพียงด้านเดียวแต่เป็นการที่จะต้องเข้าใจว่าความเสี่ยงนั้นมีปัจจัยทางด้านการสื่อสารและสภาวะสิ่งแวดล้อมเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างมากมายขณะเดียวกัน ยกตัวอย่าง ในประเทศอังกฤษผลิตน้ำประปาที่ผสมสารคลอรีนมากเกินขนาดส่งผลให้ประชาชนประมาณ 7,000 คนเสียชีวิตและ 800,000 คนเจ็บป่วย ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์เมื่อครั้งที่เกิดโรคท้องร่วงระบาดและรัฐบาลรับฟังนักวิทยาศาสตร์ว่าให้เพิ่มปริมาณคลอรีนลงไปในน้ำ สั่งให้ดำเนินการเพิ่มส่วนผสมของคลอรีนเพราะมองว่าจะช่วยลดทอนปัญหาท้องเสียแต่กลายเป็นว่ากลับไปเพิ่มความเสี่ยงอีกทางจากการป้องกันปัญหาที่คาดไม่ถึง ในปี 1983 จึงต้องมีการออกนโยบายห้ามมิให้วิทยาศาสตร์ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายสาธารณะก่อนที่จะมีการไตร่ตรองและพิจารณาให้รอบคอบ จากนั้นความคิดเช่นนี้ก็ขยายเข้าไปในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลกเมื่อเกิดความผิดพลาดของกระบวนการทางอุตสาหกรรมส่งผลให้เห็นว่าวิธีการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ถูกต่อต้านจากผลการกระทำของมันเอง และที่ผ่านมานักการเมืองกับนักวิทยาศาสตร์ต่างก็สื่อสารระหว่างกันโดยไม่ใช้การสื่อสารผ่านมวลชนในการดำเนินการใดๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจออกนโยบาย

ประเด็นต่อมา การสื่อสารความเสี่ยงในโลกที่ความไว้ใจหาได้ยากนั้นจะต้องรู้จักวิธีการเจรจาต่อรอง (Negotiate) ซึ่งมิใช่เพียงแค่ความหมายในการเจรจาระหว่างฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ครอบคลุมการเจรจารอบด้านระหว่างประเทศ ในประเทศ สังคม ชุมชน ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ในการเจรจามิใช่จะมีเพียงวาทศิลป์เท่านั้นแต่ยังจะต้องเข้าใจการสื่อสารทั้งกระบวนการ เพิกเฉยกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งในทางการสื่อสารมิได้ การเข้าใจผู้ส่งสาร คือการเข้าใจว่าใครบ้างที่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น คัดเลือก คัดสรรตัวแทนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร ตัวสารเองก็จะต้องมีความเหมาะสมกับขนาดและครอบคลุมความเข้าใจ ตรงประเด็นในสิ่งที่จะสื่อสารออกไปผ่านสื่อ ช่องทางการสื่อสาร หรือสื่อนั้นเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมากโดยเฉพาะในโลกที่ความไว้วางใจหาได้ยากนั้นต้องอาศัยการสื่อสารเป็นองค์ประกอบสำคัญ หลายคนมองข้ามและไม่ทันระวังที่จะสื่อสาร

ลักษณะของการสื่อสารมีทั้งที่เป็น On – line และ Off – line กล่าวคือ การสื่อสารบนเครื่องมือสื่อสารที่แสดงผลสถานะของข้อความตามเวลาปิดเปิดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ และการสื่อสารที่แสดงสถานะข้อความตลอดเวลา การสื่อสารแบบออนไลน์ปัจจุบันเป็นสิ่งที่น่าจับตามองและกำลังเป็นที่เข้ามาสร้างสภาวะทางจิตใจให้กับผู้คน หลายคนใช้วิธีการลดทอนความเสี่ยงของธุรกิจและการสร้างตัวตนผ่านการสื่อสารออนไลน์ อันเนื่องจากประหยัดต้นทุนทางด้านเวลา สถานที่และเงินลงทุน อีกทั้งยังสามารถแบ่งปันร่วมกันกับลักษณะของกิจการหรือประเภทของกิจการเดียวกันได้ ซึ่งเมื่อต้นทุนลดลงนั่นหมายความว่าผู้บริโภค หรือผู้รับจะได้รับหรือตอบสนองต่อสิ่งของที่พึงประสงค์ในราคาที่ต่ำลงกว่าเดิม และไม่ใช่การผลิตที่เป็นมวลชน (Mass) หรือมีอะไรที่เหมือนกันมากๆ หลายชิ้นเช่นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อันอาจจะเรียกได้ว่า ยุคหลังความไว้วางใจหาได้ยาก (Post trust) ได้สร้างกระแสใหม่ที่โดนใจมวลชนมาก   กว่าเดิม

ขณะที่การสื่อสารแบบออฟไลน์ เป็นการสื่อสารผ่านอุปกรณ์ที่อยู่บนสื่อสิ่งพิมพ์ แผ่นพับ ใบปลิว ตัววิ่งบนดิจิตัลบอร์ดตามตึกต่างๆ ซึ่งแสดงตัวตนอยู่ทุกขณะ (ยกเว้นเวลาไฟดับ) สิ่งเร้าต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นการกระตุ้นเตือนให้ผู้บริโภคนึกถึงตัวตนของสิ่งของนั้นๆ อยู่ตลอดเวลาแต่จะเลือกหรือไม่เลือกก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและการเข้ากันได้ระหว่างสิ่งของพฤติกรรมของมนุษย์

ผู้เขียนหยิบยกสถานการณ์การสื่อสารความเสี่ยงในแนวทางการตลาดธุรกิจปัจจุบันซึ่งไม่เพียงแค่จะต้องสนใจความเสี่ยงของการใช้สื่อแล้วยังต้องสนใจนโยบายต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจรอบด้านทั้งกระแสโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Global warming and Climate change) ที่เข้ามาแสดงบทบาทเป็นพระเอกคอยกำกับดูแลแนวทางการดำเนินการต่างๆ นับตั้งแต่เกิดผลกระทบกับการผลิตอุตสาหกรรมต้นทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา ยิ่งทำให้ผู้ดำเนินการธุรกิจต้องระมัดระวังการออกกลยุทธนโยบายใหม่ๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจได้ให้กับผู้รับสารอย่างทั่วถึง.

ผศ.พนิดา จงสุขสมสกุล นักศึกษาปริญญาเอก คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Email and FB: pinitta@gmail.com