หน้าหลัก » บทความ IT

อินไซด์แมสคอม

Author by 15/08/12No Comments »

 

ความสำคัญของความแตกต่างในงานสร้างสรรค์

                หากจะกล่าวถึงผลงานสร้างสรรค์โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการแสดงในบ้านเราปัจจุบันนี้มีให้พบเห็นได้มากมายหลากหลายสื่อ ไม่ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ วีดิโอโฆษณา  หรือคลิปต่างๆที่นิยมเผยแพร่ทั่วไปในโลกไซเบอร์ สำหรับงานมืออาชีพส่วนใหญ่ย่อมหนีไม่พ้นการคิดริเริ่มสร้างสรรค์จากกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าครีเอทีฟ หรือถ้าเป็นมือสมัครเล่นก็มักจะมาจากนักเรียน นิสิต นักศึกษาไม่ว่าสาขาใดก็ตาม ด้วยเทคโนโลยี เทคนิค หรือวิทยาการต่างๆที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ไม่ยากเกินที่หลายคนจะเรียนรู้การผลิตผลงานการแสดงได้ด้วยตัวเอง แต่ทว่ายังอาจมีความเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับงานโปรดักชั่นประเภทนี้ที่ผู้ผลิตยังต้องคำนึงถึง

                เอกลักษณ์ กับ ความแตกต่างของผลงานสร้างสรรค์

ครีเอทีฟหรือผู้ผลิตผลงานโปรดักชั่นหลายชิ้นนิยมคิดงานโดยเอาเรื่องของ “ความแตกต่าง” เป็นโจทย์ตั้งต้นของการทำงาน ซึ่งไม่ผิดเลยครับหากชิ้นงานนั้นยังคงตอบโจทย์ทางด้านสาระหรือเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อต่อผู้รับสาร แต่ปัจจุบันจะเห็นได้หลากหลายผลงานจากแทบทุกสื่อที่เรียกได้ว่าสะเปะสะปะเสียจนคนดูที่คิดเป็นเห็นแล้วต้องถึงกับออกปากเรื่องความไม่เหมาะไม่ควร เผลอๆงานบางชิ้นยังอาจก้าวล้ำเส้นไปจากวัฒนธรรมที่ดีหรือค่านิยมที่พึงประสงค์ในสังคมไทย

                ผู้ผลิตต้องไม่ลืมว่ากำลังทำหน้าที่ของ “สื่อ” อยู่ทุกขณะจิต

งานหลายโปรดักชั่นมีความต้องการให้ผู้ชมสามารถจดจำผลงานที่ผู้ผลิตสร้างขึ้นมาได้อย่างไม่รู้ลืม จึงมักจะมีการกำหนดให้มีตัวละครแปลกๆ ลักษณะแปลกๆ กระทำกิริยาแปลกๆ ซึ่งคำว่าแปลกนี้อาจหมายถึงความหลุดโลก เกินจริง หรือสิ่งใดก็ตามที่มนุษย์ดีๆทั่วไปไม่ทำกัน

สิ่งนี้อาจจะมีผู้แย้งผมในเรื่องความคิดนอกกรอบ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธ ว่าท่านๆสามารถทำได้  เพียงแต่ว่ายังต้องคำนึงถึงความหมายของคำว่า “สร้างสรรค์” ให้มากขึ้นหน่อย  ไม่ใช่ว่าพอผิดพลาดแล้วเป็นกรณีฉาวเป็นข่าวดังขึ้นมาก็ออกมาขอโทษขอโพยกันไปแล้วก็จบ บางโปรดักชั่นก็ถือว่าเป็นกำไรเพราะถือว่าได้โปรโมทผลงานของตัวเองไปในตัว ซึ่งเป็นความคิดที่แย่

การทำงานครีเอทีฟไม่ใช่เรื่องง่าย การที่จะคิดงานแต่ละชิ้นออกมาได้ต้องพิถีพิถัน รอบคอบ ตอบโจทย์ของสิ่งที่ต้องการจะสื่อโดยที่ต้องคำนึงถึงรสนิยมอันดี เพราะโปรดักชั่นใดๆก็ตามที่เผยแพร่ออกสื่อไปสู่สาธารณชนย่อมรับรู้ถึงคนมากมายหลายกลุ่ม อย่าคิดงานเพียงเพื่อรู้สึกว่าให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขำๆหรือเป็นที่รู้กันเฉพาะในวงแคบๆ เพราะโลกสมัยนี้ใครๆก็เข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ง่าย ครีเอทีฟต้องมีส่วนในการรับผิดชอบสังคมให้มากขึ้นด้วย กันไว้ดีกว่าแก้ครับ เพราะเยาวชนที่ยังไม่มีวิจารณญาณมากพออาจลอกเลียนแบบโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำมาซึ่งปัญหาสังคมซึ่งก็มีมากอยู่แล้วในปัจจุบัน หากท่านเลือกที่จะคิดงานได้อย่างมี “เอกลักษณ์” ไม่ทำลายทัศนคติ ค่านิยมที่พึงประสงค์ และตรงตามสาระที่ต้องการจะสื่อ เบื้องต้นเท่านี้ท่านก็สามารถเป็นครีเอทีฟมือโปรได้แล้ว

มือสมัครเล่นผิดพลาดแต่คนยังให้อภัย  แต่ถ้ามืออาชีพไม่ใส่ใจใครๆก็รุมด่าเป็นธรรมดานะครับ.

เทพฤทธิ์  มณีกุล