หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

กองทัพน้อยที่ 3 ร่วม แก้วิกฤตไฟป่าลำปาง

Author by 10/03/15No Comments »

thainews180         สถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันหนักที่สุดในปีนี้ เกิดขึ้นที่จังหวัดลำปาง เนื่องจากมีการเผาป่าหลายพื้นที่แล้วลุกลามไปเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้สภาพอากาศเลวลงต่อเนื่องมานานกว่าสัปดาห์ ล่าสุดจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2558 หลายอำเภอยังคงมีหมอกควันปกคลุมจำนวนมาก ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 ลดลงจากวันก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับสูง โดยมีค่าที่วัดได้เฉลี่ยรายชั่วโมงที่ตัวเมืองลำปาง วัดได้ 105 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และวัดค่า PM10 ได้ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะอีก 3 แห่ง คือ ที่ตำบลสบป้าด วัดได้ 100 ไมโครกรัม/ลบ.ม., ตำบลบ้านดง 108 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และน้อยที่สุด ที่ตำบลแม่เมาะ วัดได้ 96 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

เพราะในพื้นที่มีสภาพอากาศร้อนจัด จึงง่ายต่อการติดไฟและลุกลามไปทั่ว ซึ่ง พล.ท.เกษม ธนาภรณ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 ได้เข้าไปตั้งกองบัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน และปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำกับรถดับเพลิงของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดลำปาง แล้วร่วมกันออกทำสเปรย์น้ำทั่วเขตเมือง พร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือชาวลำปางหยุดเผาในช่วงวิกฤต  ทั้งนี้ พื้นที่จังหวัดลำปางถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟ ท้องฟ้าสลัวจนไม่สามารถมองเห็นทิวเขารอบตัวเมืองมาตั้งแต่ปลายมกราคมจนถึงปัจจุบัน ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 สูงเกินค่ามาตรฐาน รวมแล้วมากกว่า 15 วัน แม่ทัพน้อยที่ 3 จึงเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ร่วมกับพล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ 32 และนายธานินทร์ สุภาแสน ผวจ.อย่างใกล้ชิด โดยติดตามผลปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าเป็นรายวัน จนกระทั่งสถานการณ์ค่อยคลี่คลายขึ้นมา

ขณะเดียวกันเพื่อผลทางจิตวิทยา จึงจัดขบวนรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ ของหน่วยงานหลักต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ทั้งจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง มณฑลทหารบกที่ 32 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 17 เทศบาลนครลำปาง และเทศบาลเมืองเขลางค์นคร แยกย้ายกันทำสเปรย์น้ำฉีดพ่นขึ้นไปในอากาศพร้อมกันทั่วเขตเมือง เพื่อสร้างความชื้น ลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่จะส่งผล   ต่อสุขภาพของประชาชน  และออกหน่วย       ประชาสัมพันธ์เชิงรุก ขอความร่วมมือจากประชาชนผู้อยู่อาศัยร่วมกันฉีดน้ำบริเวณพื้นที่สวนต้นไม้บริเวณหน้าบ้านของตนเอง เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ที่สำคัญคือรณรงค์ให้ประชาชนงดการเผาทุกชนิด ในช่วงระยะนี้จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ  ส่วนการเกิดไฟป่าตามอำเภอรอบนอก มีการกำชับไปถึงนายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ควบคุมไม่ให้เกิดไฟป่าอย่างเข้มงวด ซึ่งถ้าทำได้พร้อมกัน ก็น่าจะคลี่คลายวิกฤตหมอกควันลงได้ แต่หากปล่อยไปตามธรรมชาติหรือตัวใครตัวมัน ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะกลับมาอีกแน่นอน.