หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

การสรรหา สปช. เพื่อปฏิรูปประเทศ

Author by 27/08/14No Comments »

thainews180            ภายหลังการยึดอำนาจของคณะ รักษาความสงบ (คสช.)ย่างเข้ามา 4 เดือนนี้ มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง และนำไปสู่การปฏิรูปทุกด้าน ล่าสุดคือการจัดตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปด้านต่าง ๆ รวม 11 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อมวลชน สังคม และอื่นๆ โดยกำหนดว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะต้องมีไม่เกิน 250 คน จากคณะกรรมการสรรหาจังหวัด จำนวน 77 คน และคณะกรรมการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่หัวหน้า คสช. แต่งตั้ง รวม 11 คณะ จำนวน 173 คน

ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก สปช. ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี และจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช,ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต, ไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ, รวมทั้งไม่เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นผิดปกติ และอยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเคยถูกถอดถอนจากตำแหน่ง เป็นต้นนั้น

 การสรรหาสมาชิก สปช. ได้ตั้งหลักเกณฑ์ว่า ต้องสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในแต่ละด้าน (ห้ามเสนอชื่อตนเอง) โดยจะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มต่างๆ ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคอื่น การกระจายตามจังหวัด โอกาสและความเท่าเทียมกันทางเพศ รวมทั้งผู้ด้อยโอกาส โดยสรรหาจำนวนกลุ่มละไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ถูกเสนอชื่อ แต่ไม่เกิน 50 คน ส่วนคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด 76 จังหวัด ประกอบด้วย ผวจ., ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด, นายก อบจ., ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัด, ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด(กกต.) และมี ผอ.กกต.ประจำจังหวัดเป็นเลขานุการ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งดูเหมือนจะสับสน และปฏิบัติไม่ถูกต้องในบางจังหวัด หรือแม้แต่ส่วนกลางก็ยังเสนอชื่อและรายละเอียดผิด ๆถูกๆ เข้าไป ทั้งที่ สปช.ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ หัวใจใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นก็คือการปฏิรูปดังที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีเคยตอกย้ำตลอดมา จึงควรเลือกสรรให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความจริงใจที่จะไปทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศชาติจริง ๆ ด้วย.