หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

คืนพื้นที่รุกลำแม่น้ำปิง 20 กม.จะสำเร็จจริงหรือ?

Author by 21/07/14No Comments »

น้ำปิง            การบุกรุกริมตลิ่งแม่น้ำปิงตั้งแต่เขต อ.เชียงดาว ผ่านแม่แตง แม่ริม สันทราย ลงมาถึงตัวเมืองเชียงใหม่ และต่อไปยังสารภี เมืองลำพูน หางดง สันป่าตอง ดอยหล่อ ป่าซาง จอมทอง เวียงหนองล่อง จนถึงฮอด และอมก๋อยนั้น มีทุกรูปแบบ ทั้งการรุกล้ำเพื่อชยายพื้นที่สร้างบ้าน ร้านค้า โรงแรม ปลูกไม้ผล พืชผัก รวมถึงการบุกรุกเพื่อดูดทราย เก็บหินขึ้นมาค้าขายหาผลประโยชน์ ซึ่งหลายยุคสมัยที่กรมเจ้าท่า และจังหวัดเชียงใหม่พยายามจะคืนพื้นที่บุกรุกเหล่านั้น โดยนำภาพถ่ายทางอากาศที่มีอยู่เดิมมาแสดง จนถึงมีการฟ้องร้องกัน ที่ยุติไปก็มีที่ยังค้างคาอยู่ก็มี และส่วนใหญ่ยังไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยังหวังว่าจะอ้างสิทธิที่งอกริมแม่น้ำปิงกันต่อไป

จะเห็นว่าการแก้ปัญหาเรื่องบุกรุกแม่น้ำปิงนี้ มิใช่เพิ่งจะมาเริ่มทำ แต่ทำมานานแล้ว พอเดินหน้าไปพักหนึ่งก็เปลี่ยนผู้รับผิดชอบหรือเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัด หลังจากนั้นเรื่องก็ขาดการดำเนินการต่อเนื่อง บรรดาผู้จ้องจะเข้าทำประโยชน์ในที่ดินริมแม่น้ำใหม่ ๆ ก็เข้าได้โอกาส บางรายนำไปขายเปลี่ยนมือไปหลายทอด ทั้ง ๆ ที่ทราบเป็นที่ดินหลวงและพิพาทกับราชการอยู่ การจะแก้ปัญหาทั้งระบบและเป็นกระบวนการที่ควรจะต่อเนื่อง คือ ต้องประกาศให้ผู้อยู่อาศัยริมแม่น้ำปิงทั้งสองฝั่งทั้งสองจังหวัดข้างต้น เข้าใจถึงสิทธิหน้าที่ ร่วมกันรักและหวงแหนแม่น้ำปิงที่เป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงผู้คนมายาวนาน มิควรจะให้ที่ดินสาธารณะตกเป็นของใคร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูแลจะต้องถือเป็นวาระสำคัญให้ตระหนัก และแตะต้องหรือเอื้อประโยชน์นี้แก่ผู้ใด

ตามที่จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง มีตัวแทนจากส่วนราชการต่าง ๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่าเป็นผลสืบเนื่องจากแผนการแก้ไขการรุกล้ำลำน้ำปิงและลำน้ำอื่น จากข้อเสนอของคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการจังหวัด เพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก โดยจะขยายให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เมตร เหนือสะพานนวรัฐขึ้นไป 10 กิโลเมตร และท้ายสะพานลงมา 10 กิโลเมตร เร่งแก้ไข 7 ช่วงสำคัญเป็นลำดับแรก ซึ่งจะแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมระดับจังหวัด คณะทำงานระดับอำเภอ และช่างสำรวจ อัพเดทฐานข้อมูล ระยะยาวทำแผนพัฒนาให้ชัดเจนทั้งสองฝั่งน้ำปิง รวมทั้งเสนอเป็นวาระสำคัญของจังหวัดนั้น เป็นความพยายามอีกครั้งที่จะแก้ไขปัญหา โดยกำหนดเอาเฉพาะ 20 กิโลเมตรที่อยู่ในย่านชุมชนก่อน ก็ไม่อยากประมาทว่าจะทำไม่สำเร็จ แต่ขอติงว่าหากยังทำตามรอยเดิมอย่าง 20-30 ปีที่แล้ว คือ ขาดความร่วมมือจากชุมชน และประชาชน ก็จะไม่ประสบผลตามเป้าหมาย ปัญหาจะวนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดไป.