หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

คุณภาพอากาศเหนือ บาง จว. เริ่มเสื่อมลงแล้ว

Author by 3/03/15No Comments »

11046489_830410880360035_7178607383148018693_n     สภาพอากาศบริเวณภาคเหนือ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2558 โดยทั่วไปอากาศร้อนจนถึงร้อนจัด ที่น่าสังเกตคือมีหมอกแดดผสมหมอกควันปกคลุมอยู่ทั่วไป สถานการณ์แบบเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาทุกปี และบางปีเข้าสู่สภาวะวิกฤตทำให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มจำนวนขึ้น เนื่องจากทำกิจกรรมกลางแจ้ง และรับเอาฝุ่นละอองอันเนื่องมาจากการเผาทุกชนิด และยังมีฝุ่นละอองจากท่อไอเสียรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โรงงาน กิจกรรมในครัวเรือนหรือการจุดไฟหุงต้มหรือเผาวัชพืช-ใบไม้ที่ร่วงหล่นในระยะนี้ตามฤดูกาล รวมทั้งการก่อสร้างที่ปล่อยให้ฝุ่นฟุ้งกระจายลงมาสู่ถนน และกระแสลมพัดขึ้นไปจนท้องฟ้าขาวโพลนมากขึ้นตามลำดับ

แม้ว่า คุณภาพอากาศบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดได้เช้าวันต้นเดือนมีนาคมจะยังไม่เข้าสู่วิกฤตคือเกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ก็เกินกว่า 100 แล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดเริ่มจัดส่งรถบรรทุกน้ำออกฉีดพ่นตามถนน และให้น้ำแก่ต้นไม้ข้างทาง เพื่อลดปริมาณฝุ่นลงตั้งแต่เริ่มแรก แต่ขณะนี้ยังไม่มีปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเทศบาลนครเชียงใหม่ น่าจะรีบดำเนินการได้แล้ว อย่างน้อยจะลดปริมาณฝุ่นที่สะสมอยู่ให้น้อยลง จะยืดเวลาในการเกิดปัญหาหมอกควันรุนแรงออกไป และบางช่วงอาจมีพายุฤดูร้อนหรือแนวสอบของลมร้อน-ลมหนาวปะทะกันทำให้เกิดพายุฝน ส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาหมอกควันได้

อย่างไรก็ตาม บางจังหวัดเริ่มน่าเป็นห่วง จากรายงานของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ว่าจากการตรวจคุณภาพอากาศของสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กต่ำกว่า 10 ไมครอนหรือ PM10 ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าวันที่ 1 มีนาคม 2558 จังหวัดแพร่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก 180 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานคือ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเป็นรองจาก ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปางซึ่งสูงถึง 241 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยสาเหตุหลักของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กมาจากการเผาป่า อันเป็นการเผาเพื่อหาของป่า หรือเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตร จึงคาดว่าจะเห็นผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว และอาจมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุการจราจรด้วย เพราะวิสัยทัศน์การมองเห็นต่ำมาก ดังนั้น จึงอยู่ที่แต่ละจังหวัด ลงไปถึงอำเภอ และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะได้ผนึกกำลังร่วมกับศูนย์ควบคุมไฟป่าในพื้นที่ จะเร่งตรวจสอบ และดับไฟป่าในพื้นที่ไม่ให้ลุกลามหรือเกิดขึ้นเลยในช่วงต่อไปนี้จะเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด.