หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ชลประทานพร้อมรับมือ อุทกภัยในฤดูน้ำหลากปีนี้

Author by 19/06/14No Comments »

thainews180            ฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ปลายฤดูแล้งมา   ถึงขณะนี้กลางเดือนมิถุนายน แม้จะไม่ใช่บริเวณกว้าง และไม่ได้เกิดฝนเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากไม่ใช่เกิดจากพายุดีเปรสชั่น แต่เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ และคลื่นกระแสลมจากทะเลจีนใต้ อ่าวไทย และทะเลอันดามันพาความชื้นขึ้นมาทำให้เกิดฝนตกเท่านั้น แต่เนื่องจากดินที่ชุ่มน้ำมาตลอดจนไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้แล้ว ก็พร้อมจะทะลักลงมาเป็นน้ำป่าไหลหลาก พัดพาต้นไม้ และดินโคลนถล่มลงมาได้ จึงต้องหาทางป้องกันเป็นพิเศษ เช่นเดียวกันการเตรียมรับมือป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มและราบ ที่เคยท่วมซ้ำซากก็ต้องรีบดำเนินการ

จากการแถลงของ นายจานุวัตร     เลิศศิลป์เจริญ ผอ.สำนักชลประทานที่ 1 เมื่อเร็วๆ นี้ถึงสถานการณ์น้ำในการบริหารและจัดการน้ำในเขตสำนักชลประทานที่ 1 ว่าจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่เชียงใหม่ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2548 และ 2554 ที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในเมืองเชียงใหม่อย่างรุนแรง พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงใหม่มี 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ตามแนวแม่น้ำปิงและพื้นที่บริเวณที่แอ่งที่ลุ่มต่ำ (ลำห้วยช้างเคี่ยน/ลำห้วยแก้ว) ซึ่งในปีนี้ทางสำนักชลประทานที่ 1 ได้จัดทำแผนปฏิบัติการและตั้งศูนย์วิเคราะห์ประมวลสถานการณ์น้ำ ตลอดจนวางแผนการระบายน้ำ ในแม่น้ำปิงให้เหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว โดยจะไม่ให้เกิดผลกระทบในพื้นที่ดังกล่าว ก็เป็นการยืนยันอีกทางหนึ่งว่าจะป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ราบและลุ่มได้

ภารกิจหลักของ สำนักชลประทานที่ 1 เป็นการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร และบริโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ประกอบด้วย การเกษตรปริมาณน้ำ 358.90 ล้านลูกบาศก์เมตร(ร้อยละ 84.84) เพื่อการอุปโภค-บริโภค(และผลิตประปา) ปริมาณน้ำ 9.64 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 2.28) ภาคอุตสาหกรรม ปริมาณน้ำ 0.03 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 0.01) และการรักษาระบบนิเวศ ปริมาณน้ำ 54.48 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ12.88) รวมปริมาณน้ำที่จัดสรรตลอดช่วงฤดูฝนทั้งสิ้น 423.05 ล้านลูกบาศก์เมตร ชลประทานจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งการรับสถานการณ์วิกฤตในช่วงฤดูน้ำหลาก ไม่ให้เกิดอุทกภัย ขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมรับมือหากจะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งไปในเวลาเดียวกัน กล่าวคือถ้ามีปริมาณน้ำฝนมาก ประกอบกับมีพายุดีเปรสชั่นขึ้นก็ต้องเตรียมพร่องน้ำจากเขื่อนใหญ่ ให้ระบายน้ำส่วนหน้าลงไปก่อนเพื่อจะไม่ปล่อยทีเดียวกันแล้วเกิดอุทกภัยในที่ลุ่มอย่างรุนแรง แต่ถ้าปีนี้มีฝนน้อย การปล่อยน้ำลงไปก็จะทำให้น้ำเก็บกักเหลือน้อย ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการ และทำงานสอดคล้องกับดินฟ้าอากาศ ก็จะทำให้อยู่กับภัยธรรมชาติได้.