หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ช่วยชาวสวนยางพารา รายย่อยในภาคเหนือ

Author by 12/02/15No Comments »

3960         ขณะนี้หลายจังหวัดในภาคเหนือ กำลังเร่งประชุมหารือ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อย แตกต่างจากชาวสวนยางพาราในภาคใต้ โดยมีการตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย เพื่อประกอบอาชีพเสริมระดับจังหวัด เช่นที่เชียงใหม่ และลำพูน เพิ่งหารือไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยที่ลำพูน  นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รอง ผวจ. ประชุมคณะกรรมการดังกล่าว หลังจากการสิ้นสุดระยะเวลาการรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ เมื่อ 30 มกราคม 2558 มีเกษตรกรยื่นแสดงความจำนงเสนอแผนการผลิต/แผนธุรกิจของเกษตรกรชาวสวนยางที่เสนอแผนงาน/โครงการเข้ารับการพิจารณา 36 ราย ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ และ ธ.ก.ส.ได้อนุมัติสินเชื่อและโอนเงินให้เกษตรกรอำเภอป่าซาง และแม่ทา 3 ราย เป็นเงิน 300,000 บาท บ้านโฮ่ง 1 ราย อยู่ระหว่างการจัดระบบการกำจัดกลิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ส่วนการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อของเกษตรกรทั้ง 32 รายที่เหลือ มาจากอำเภอลี้ทั้งหมดมีวงเงินงบประมาณมากกว่าวงเงินงบประมาณที่ ธ.ก.ส.จะอนุมัติสินได้ ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ตรวจสอบแผนการผลิต/ แผนธุรกิจของเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่รับผิดชอบที่ยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการและจัดลำดับความเป็นไปได้ของแผนการผลิต/ แผนธุรกิจที่เกษตรกรสามารถดำเนินการได้ใหม่ ซึ่งจะสรุปผลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 นับเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มีการนำปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยางพาราในภาคเหนือขึ้นมาพิจารณาระดับจังหวัด เพราะได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าเกษตรกรภาคอื่น และหลายฝ่ายเห็นควรสนับสนุนหาอาชีพเสริม

ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพเสริม เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ที่เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำ โดยการสนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย นำไปลงทุนประกอบอาชีพเสริมด้านการเกษตรหรือเกี่ยวเนื่องการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้และแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งเกษตรกรสามารถจัดทำแผนการผลิต/แผนธุรกิจ โดยใช้ข้อมูลทางเลือกกิจกรรมที่สำนักงานเกษตรอำเภอเสนอได้มากกว่า 1 กิจกรรม หรือเพิ่มเติมนอกเหนือจากทางเลือกที่มี ก็สามารถกระทำได้แต่รวมทุกกิจกรรมต้องไม่เกินวงเงินกู้รายละ 100,000 บาท กรณีขอเงินกู้สูงกว่านั้นจึงไม่ได้รับการพิจารณาดังเช่นเกษตรกรอำเภอลี้ หวังว่าคงจะคลี่คลายความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง.