หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ตลาดนัดธงเขียว กับพืชผักอินทรีย์

Author by 23/09/14No Comments »

ตตาดนัดธงเขียว copy      เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา นายนาวิน สินธุสอาด รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน ตามโครงการตลาดนัดเกษตรธงเขียว ณ โรงจอดรถด้านหลังสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับเกษตรอำเภอ และตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอต่างๆ นำผลผลิตมาจำหน่ายตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพืชอินทรีย์ พืชปลอดสารพิษและผลิตภัณฑ์ เกษตรแปรรูป ได้มีโอกาสนำผลผลิตมาจำหน่ายและประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้การตลาด สร้างจิตสำนึกในการเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัยโดยตรงจากผู้ผลิต

ตลาดนัดดังกล่าว ถือเป็นช่องทางการตลาดอีกแห่งให้กับเกษตรกรจากทั่วจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากในตัวเมืองและตลาดสดอื่นๆ จะรับเอาแม่ค้าจากแหล่งผลิตพืชผักปลอดสารพิษเข้าไปจำหน่ายตามโครงการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว สำหรับตลาดนัดธงเขียวแห่งนี้ นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่ฝ่ายส่งเสริมการเกษตรได้ให้เกษตรกรปลูกพืชผักปลอดสารพิษแล้ว แต่ยังไม่มีแหล่งจำหน่ายมากนัก เพื่อนำผลิตผลทางการเกษตรปลอดสารพิษมาแสดงและจำหน่าย จึงเปิดงานตลาดนัดเกษตรธงเขียวขึ้น ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดทุกวันพฤหัสบดีที่ 1 และ 3 ของเดือน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  โดยการเปิดงานวันพฤหัสบดีแรกที่ผ่ารมาได้รับการตอบรับจากข้าราชการในศาลากลางจังหวัด และประชาชนที่ไปติดต่อราชการอุดหนุนคับคั่ง

อันที่จริง ภายในศาลากลางจังหวัดหรือศูนย์ราชการมีข้าราชการ และประชาชนติดต่องานวันละหลายพันคน หากจะเปิดตลาดนัดพืชผักปลอดสารภีขึ้นทุกวันจันทร์-ศุกร์ก็สามารถทำได้ เว้นแต่ว่าเกษตกรหรือพ่อค้าแม่ค้าที่จะมีของมาขายได้น้อยแค่เดือนละสองหนเท่านั้น  อย่างไรก็ตามสำนักงานเกษตรจังหวัดผู้จัดตลาดนัด จะประเมินโครงการทุกระยะก่อน  ระยะแรกเป็นการนำผลผลิตจาก 8 อำเภอได้แก่ อำเภอแม่ริม แม่แตง แม่วาง สันป่าตอง หางดง สันทราย สันกำแพง และสารภีรวม 45 กลุ่ม หมุนเวียนมาจำหน่ายผลผลิต อาทิ พืชผักเมืองหนาว พืชผักพื้นบ้าน สมุนไพร เช่น แก่นตะวัน คะน้าฮ่องกง ดอกชมจันทร์ ยอดทานตะวันอ่อน ฟักข้าว เห็ดสวรรค์ เป็นต้น  หากตลาดติดดีแล้วหรือก่อให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค เกิดความมั่นคงในอาชีพ ลดปัญหาด้านตลาด เพื่อความยั่งยืน และสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคให้สามารถบริโภคอาหารปลอดภัยได้มาตรฐานก็อาจจะขยายวันเปิดมากขึ้น ก็ขอให้ช่วยกันทำให้ตลาดแบบนี้ยั่งยืน เพื่อเกษตรกรก็อยู่ได้และผู้บริโภคก็ปลอดภัยตลอดไป.