หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ต้องฟื้นฟูต้นน้ำ แก้ภัยแล้งยั่งยืน

Author by 16/07/15No Comments »

เขื่อนแม่กวง     ประเทศไทย และเพื่อนบ้านโดยรอบกำลังเผชิญกับภัยแล้ง อันเนื่องจากไม่มีพายุโซนร้อนพัดเข้ามา ขณะที่ร่องมรสุมของฤดูฝนก็มีกำลังอ่อน ส่งผลให้ทุกภาคของประเทศกำลังจะขาดแคลนน้ำทั้งทำเกษตรกรรม และอุปโภคบริโภคดังที่ประสบกันอยู่ ทำให้คนไทยวันนี้ต้องกลับมาพิเคราะห์ถึงสาเหตุทำไมจึงเกิดภัยแล้ง และแม่น้ำลำธารต่าง ๆ ที่เคยไหลก็เหือดแห้งลง ถ้าไม่เพราะการบุกรุกทำลายป่า ตัดต้นไม้ ยึดที่ป่าทำกิน และตัดไม้ไปขายกันมโหฬาร โดยไม่มีการเสริมป่าปลูกใหม่หรือร่วมกันอนุรักษ์ป่าธรรมชาติที่มีอยู่ จะเรียกว่าเพราะอะไร แนวทางการป้องกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรคือการฟื้นฟูสภาพป่า ห้ามตัดต้นไม้ทำลายป่าธรรมชาติอย่างเด็ดขาด

ดังที่จังหวัดลำพูน เมื่อเร็ว นี้ นายอนันตพล บุญชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดโครงการ “ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ มหามงคล เฉลิมพระชนม์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ที่ป่าต้นน้ำห้วยหินขาว-ห้วยเหล่าเยือง ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ มี พ.อ.บุญยืน อินกว่าง ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 7 ร่วมกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม ตามโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ มหามงคล เฉลิมพระชนม์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ธิ แม่ตีบ แม่สาร และร่วมแก้ไขปัญหาทรัพยากรป่าต้นน้ำ โดยการฟื้นฟูและพัฒนาป่าต้นน้ำ รวมทั้งสร้างความตระหนักให้คนในพื้นที่ช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำ ด้วยการปลูกต้นไม้ 5,500 ต้น ในพื้นที่ 200 ไร่ เพื่อเป็นการช่วยรักษาหน้าดินและฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำให้คืนความอุดมสมบูรณ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า โครงการนี้นับเป็นโครงการที่ดี ที่ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกป่า เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ช่วยลดภาวะโลกร้อนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไป ทั้งนี้ เราในฐานะสื่อมวลชน “ไทยนิวส์” ที่อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่เห็นว่า ป่าสงวนแห่งชาติในเขตอำเภอบ้านธิ แม้จะไม่ใช่ป่าต้นน้ำชั้นหนึ่ง แต่ก็เป็นป่ารุ่นสองที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่(รุ่นก่อนถูกตัดทำลายหมดแล้วทั้งการสัมปทนาและการลักลอบตัด) ที่คนรุ่นปัจจุบันจะต้องรักษาเอาไว้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่ หากปล่อยให้เป็นป่าเสื่อมโทรมก็จะไม่มีฝนตกลงมา ดังจะเห็นได้กรณีป่าในเขตอุทยานออบขาน ท้องที่ อ.ดอยหล่อที่รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวผาช่อ มีการตัดไม้เผาถ่านกระทั่งแห้งแล้งกันดารฝนไม่ตกมานาน ปัจจุบันถูกฟื้นฟูให้กลับมาเป็นป่ารุ่นสอง มีฝนตกและมีลำธารไหนริน ๆตลอดทั้งปีด้วย.