หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ทหารภาค 3 ทำความเข้าใจทำความผิดต้องขึ้นศาลทหาร

Author by 28/05/14No Comments »

thainews180       ขณะนี้ มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน วิทยุชุมชน และตัวแทนกลุ่มพลังประชาชนต่าง ๆ อย่างเข้มข้น เนื่องจากอยู่ภายใต้การบริหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เช่นที่จังหวัดลำปาง พล.ต.อุกฤษณ์ อากาศวิภาต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีลำปาง ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ก็เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัด ทั้งสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เข้าพบปะและร่วมประชุมรับฟังการชี้แจง ทำความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ในช่วงที่ คสช. ยึดอำนาจการปกครอง เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารของสื่อมวลชนในพื้นที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และไม่กระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้คำสั่งประกาศของ คสช.

ทางฝ่ายทหารได้ชี้แจงเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นทั้ง 11 ข้อ ในการยึดอำนาจการปกครองของ คสช. รวมถึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องต่าง ๆ ตามประกาศของ คสช. อาทิ ประกาศฉบับที่ 37/2557 เรื่อง “ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร และประกาศฉบับที่ 38/2557 เรื่อง “คดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร” เป็นต้น นอกจากนั้นได้ย้ำให้สื่อมวลชนได้เผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนให้ถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนอันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสถานการณ์ความขัดแย้ง เนื่องจากปัจจุบันกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 32 ได้ใช้มาตรการเข้มข้น ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 32/2557 เข้าระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการในพื้นที่แล้ว หากมีการฝ่าฝืนก็จะมีความผิด และต้องขึ้นศาลทหาร

นอกจากการย้ำกับสื่อมวลชนในพื้นที่แล้ว พล.ต.อุกฤษณ์ อากาศวิภาต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้ประชุมชี้แจงกับคณะผู้บริหารหน่วยงานทางด้านการศึกษา และผู้บริหารของสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งของภาครัฐ และเอกชน ที่ได้เปิดทำการสอนระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ โดยกำชับและทำความเข้าใจแนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยได้ขอความร่วมมือให้สถาบันการศึกษา สอดแทรกเนื้อหาการไม่สนับสนุนการก่อความไม่สงบ หรือการสร้างความเสียหายต่างๆ แก่บ้านเมืองในทุกรูปแบบ และให้สอดส่องควบคุมดูแลให้นักศึกษาอยู่ในความสงบ งดการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งการชุมนุม หรือการโพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ ส่วนการอบรม ทัศนศึกษาหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองสถาบันการศึกษาสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่ขอให้ทำหนังสือแจ้งผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ก่อนทำกิจกรรมนั้นๆ ด้วย.