หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

นายอำเภอต้องเอาจริง รุกอบรมหมู่บ้านไฟป่า

Author by 25/01/15No Comments »

thainews180        ปัญหาไฟป่า และหมอกควัน กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่ช้า จากการสะสมหมอกควันตั้งแต่บัดนี้เรื่อยไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะมีปริมาณมากขึ้น ๆ จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั่วภาคเหนือ เหมือนดังที่เกิดขึ้นห้วงเดียวกันทุกปี ดังนั้น ทุกจังหวัดในภาคเหนือที่มีปัญหารวม 9 จังหวัดตั้งแต่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก จะต้องเอาจริงเอาจังกับการป้องกันปัญหาตั้งแต่บัดนี้ไป โดยเฉพาะหมู่บ้านเสี่ยงภัย ที่เคยเกิดไฟป่าหรือเผาป่ามากมายในปีผ่าน ๆ มา จะต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปอบรม กำชับ และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ผู้ที่ควรกระตือรือร้นที่สุดคือนายอำเภอแต่ละพื้นที่นั่นเอง

อย่างเช่น ที่ .ไชยปราการ .เชียงใหม่ ไม่กี่วันมานี้ นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ นายอำเภอร่วมกับหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าไชยปราการ และหัวหน้าชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารม้าที่ 3 กองบังคับการควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง  ลงพื้นที่ร่วมกันในโครงการให้ความรู้โทษของไฟป่า และสาธิตในการดับไฟป่าแก่หมู่บ้านต่าง ๆ ในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า เนื่องจากปีที่แล้วไชยปราการ และเชียงดาวเป็นอำเภอที่เกิดไฟป่าสะสมมากที่สุด ปีนี้จึงได้ระดมสรรพกำลังเข้าไปถึงหมู่บ้านที่เกิดไฟป่าหรือหมู่บ้านเสี่ยง พร้อมกำชับและอบรมวิธีการดับไฟป่า โดยคนที่ดับไฟป่าจะต้องเข้าในทิศทางต้นลมไม่เข้าทางปลายลม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ เพราะทั้งควันและไฟทำให้เราหาทางออกไม่ได้อาจถูกไฟป่าเผาได้ นอกจากการสาธิตแล้ว มีการกำชับเรื่องการเผาป่ามีโทษตามกฎหมายด้วย

จากการที่ประชาชนนั่งรถผ่านทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง(โชตนา) ร้องเรียนเป็นประจำว่า มีไฟป่าเกิดขึ้นป่าริมทางโดยไม่มีการป้องกันแก้ไขใดๆ ซึ่งสถานีควบคุมไฟป่าไชยปราการ ที่รับผิดชอบสองอำเภอ ตั้งแต่ ต.ปิงโค้ง  ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว ถึง ต.หนองบัว ต.ศรีดงเย็น  อ.ไชยปราการ ชี้แจงว่าพื้นที่รับผิดชอบมีทั้งหมด 250,000 ตร.กม. แต่เจ้าหน้าที่ในช่วงหน้าแล้งมีเพียง 60 นาย รับผิดชอบเฉลี่ยคนละ 4,167 ตร.กม. มีรถยนต์ใช้ในงานดับไฟป่า 4 คัน รถน้ำดับไฟป่า 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 7 คัน อย่างไรก็ตาม สถานีควบคุมไฟป่าฯ ยืนยันจะร่วมบูรณาการในการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องโทษของไฟป่า และขอประชาชนช่วยกันป้องกันไฟป่าโดยไม่เผาเศษวัสดุทางการเกษตร และไม่จุดไฟเผาป่า ซึ่งจะได้ผลหรือไม่นั้นก็อยู่ที่จิตสำนึกของประชาชน เพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย ถึงแม้จะมีทหารเข้ามาร่วมในการป้องกัน ก็ยังยากที่จะรักษาพื้นที่ไม่ให้ไฟป่าเกิด ต้องให้ชาวบ้านร่วมมือกันจริง ๆ ถึงจะช่วยป้องกันและรักษาพื้นที่ไม่ให้เกิดไฟป่าได้ สรุปว่า การป้องกันและดับไฟป่าปี 2558 จะมีผลออกมาอย่างไรอยู่ที่ความร่วมมือชาวบ้านเป็นสำคัญ หากยังไม่ตระหนักสำนึกเข้าป่าจุดไฟเผาป่ากันอยู่ ก็ยากจะไล่ตามดับได้ทั้งหมด.