หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

นโยบายใหม่มหาดไทย ย้ำให้ฝ่ายปกครอง- ผวจ.

Author by 21/09/14No Comments »

thainews180            เมื่อไม่กี่วันก่อน พล.อ. อนุพงษ์    เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสุธี มากบุญ     รมช. ประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่า ขณะนี้มีการบริหารจัดการประเทศ เข้าสู่โรดแม็ประยะที่ 2 ของ คสช. ซึ่งจะมีองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ ตั้งแต่การรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ และการพัฒนาประเทศควบคู่กับ 2 องค์กร คือ คสช. และรัฐบาล และมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จึงทำให้กระทรวงมหาดไทย ต้องเตรียมการรองรับทั้งเรื่องด่วนเฉพาะหน้า และวางรากฐานที่เป็นประโยชน์ ในระยะยาวทั้ง 3 มิติ ได้แก่

1. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้มีการปฏิรูป ส่งเสริมความสามัคคีและสมานฉันท์ของคนในชาติ 2. สานต่อตามนโยบาย คสช. ทั้งที่มอบหมายก่อน และเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ต้องมีหน้าที่ประสาน บูรณาการ กำกับดูแล ติดตามประเมินผลการดำเนินงานนโยบายสำคัญของ คสช. ในพื้นที่รับผิดชอบทุกเรื่อง 3.การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล นำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศว่าด้วยการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางปฏิบัติ

นโยบายสำคัญที่เน้นยํ้าเป็นพิเศษครั้งนี้ คือ การเทิดทูนและธำรงไว้ ซึ่งสถาบันหลักของชาติ โดยร่วมกับประชาชนทุกหมู่เหล่าเทิดทูนสถาบันไว้ด้วยความจงรักภักดี พร้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักการทรงงานไปสู่การปฏิบัติของประชาชน เรื่องการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ต้องเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีปรองดองให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้ การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในชาติ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น การพัฒนาศูนย์ดำรงธรรม ต้องทำให้มีความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติหน้าที่ทั้งเรื่องการบริการ และแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมลํ้าในสังคม ให้บูรณาการการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับครัวเรือน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และ 6. การบริหารบ้านเมืองที่ดี และปราบปรามการทุจริตภาครัฐอย่างเข้มข้น ต้องทำงานเชิงรุก รวดเร็ว ทุ่มเท จริงจัง มุ่งผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม และยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล “ทำก่อน ทำจริงจัง ทำทันที บังเกิดผลสัมฤทธิ์เร็วที่สุดและยั่งยืน” ทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงนโยบายนามธรรมหรือทำได้จริง เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ?