หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

นโยบาย กพฐ.ปี 2558 ปลอดนร.อ่านไม่ออก

Author by 16/01/15No Comments »

thainews180   นับเป็นประเด็นใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับวันครูที่มาถึงวันนี้ทีเดียว เมื่อนายกมล รอดคล้าย เลขาธิการเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ กพฐ. ให้ความมั่นใจในนโยบายที่มอบให้แก่สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานในปี 2558 จะต้องปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคะแนนการทดสอบด้านต่าง ๆ และสำคัญอีกอย่าง คือ ครูผู้สอนจะต้องออกแรงหนักกว่าที่ผ่านมา ตามนโยบายให้ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาชาติของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งเป้าหมายให้ นักเรียนคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักค่านิยม 12 ประการ รวมถึงการมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ เป้าหมายที่จะให้นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ สำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เห็นว่าเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาตัวเองและการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่ง สพฐ.หมายมุ่งจะยกระดับคะแนนสอบการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (National Test) / การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) /และโครงการประเมินผลร่วมกับนักเรียนนานาชาติ (PISA-Programme for International Student Assessment) โดยนโยบายปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้การยกระดับคะแนนการทดสอบต่าง ๆ ประสบความสำเร็จ ซึ่งรวมความแล้วก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะให้เด็กชั้น ป.1-2 ทำได้คล่องไปทั้งหมดเช่นนั้นจริง

คำอธิบายนี้ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 1 กล่าวว่า โดยปกติในช่วงเริ่มปีการศึกษาใหม่ จำนวนเด็กอ่านเขียนไม่ได้ จะเพิ่มขึ้นทุกต้นปีการศึกษา เนื่องจากนิยามของคำว่า อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แตกต่างกันในแต่ละช่วงชั้น ช่วงชั้น ป.1 ถึง ป.2 หมายถึง การอ่านออก เขียนได้ / ชั้น ป.3-ป.4 หมายถึง การอ่านเขียนคล่อง /และ ป.5- ป.6 หมายถึงการอ่านรู้เรื่อง สรุปความได้ เขียนคล่อง ดังนั้น ทุกต้นปีจะมีตัวเลขนักเรียนทุกระดับชั้นที่มีปัญหาอ่านเขียนให้ได้ต้องทำการบ้านพอสมควร นอกจากนั้นยังมีปัญหาเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้คล่องแม้จะอยู่ชั้น ป.3-4 เนื่องจากพ่อแม่เป็นคนต่างด้าว ไม่ได้เรียนหนังสือ เมื่อกลับถึงบ้านจึงไม่มีคนให้คำปรึกษา ประเด็นนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งในจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่มีคนต่างด้าว และคนบนพื้นที่สูงมีลูกมากกว่าคนไทยทั่วไปและล้วนแต่อยู่ในระหว่างเรียนชั้นพื้นฐาน จึงต้องวางแผนแก้ไขในชุมชนและครอบครัวไปด้วย.