หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

น่านใช้หลักรักษาศีล 5 สร้างปรองดองสมานฉันท์

Author by 7/09/14No Comments »

thainews180          ถือเป็นข่าวน่ายินดีที่ทุกภาคส่วนหันมาสนับสนุนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ซึ่งไม่เพียงแต่จะเจริญรอยตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังทำให้สังคมกลับคืนสู่ความสงบสุข ลดและเลิกการแบ่งแยกสีพวกหรือสามารถอยู่ร่วมกันได้ระหว่างคนที่มีความคิดเห็นต่างกัน ดังที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน แจ้งว่า จังหวัดน่านและคณะสงฆ์จังหวัดน่าน จัดงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5″ เน้นให้ประชาชนมีความรักความสามัคคี และนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

ทั้งนี้ นายอุกริช พึ่งโสภา ผวจ.น่าน ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5″ กล่าวว่า จังหวัดร่วมกับคณะสงฆ์จัดงานโครงการข้างต้นตามดำริของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่จะเสริมสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดความสงบสันติสุข มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน โดยให้พุทธศาสนิกชนน้อมนำหลักศีล 5 มาประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เริ่มจากครอบครัว/หมู่บ้าน/ตำบล/อำเภอ/จังหวัด รวมทั้งสนับสนุนเด็กเยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัย นำหลักศีลธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ไปพัฒนาชีวิตครอบครัว ชุมชนและสังคม ให้เกิดความสำนึกรักและเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติต่อไป

ตามโครงการดังกล่าว จะเปิดตัวในระดับจังหวัด วันที่ 16 กันยายน 2556 ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อ.ภูเพียง จ.น่าน โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มาเป็นองค์ประธานซึ่งจังหวัดน่านมีเป้าหมาย และการดำเนินงานครอบคลุมทุกหมู่บ้าน รวม 15 อำเภอ 99 ตำบล 921 หมู่บ้าน แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ปานกลาง และระยะยาว เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557-กันยายน 2560  อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต้องได้รับการส่งเสริมความร่วมมือกันระหว่างบ้าน วัด ราชการ “บวร” เพื่อให้เกิดความตระหนักในบทบาทหน้าที่ ส่งเสริมความรู้ความเข้าในที่จะปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ซึ่งจะนำไปสู่ความภาคภูมิใจให้แก่บุคคล สถาบัน หน่วยงาน ที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องตลอดไป จึงนับเป็นจังหวัดตัวอย่างน่าสนับสนุนอย่างยิ่ง.