หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ปฏิบัติการฝนหลวง ช่วยเติมน้ำในเขื่อน

Author by 6/07/15No Comments »

thainews180           สภาวะความแห้งแล้งในภูมิภาคนี้ ไม่แต่เพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่เผชิญกับฝนทิ้งช่วง และเกิดภัยแล้งขึ้นในปี 2558 ประเทศเพื่อนบ้านทั้งเวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา และพม่า ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน และเนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่อาศัยน้ำในการเพาะปลูก เมื่อถึงฤดูกาลปลูกข้าวนาปีแล้วยังไม่สามารถทำได้ จึงมีปัญหาว่าจะให้ชาวนาทำอะไร ขณะเดียวกันรัฐบาลก็กำลังหาทางออกเพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้ ทั้งการจัดสรรน้ำที่พอมีอยู่ และการช่วยเหลืออาชีพระหว่างการชะลอการเพาะปลูกออกไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยนับว่าโชคดีที่มีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง หรือการทำฝนเทียมตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 นายดิสธร วัชโรทัย          รองเลขาธิการพระราชวัง ร่วมกับนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์    ตรวจความพร้อมการจัดตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษที่ศูนย์ฝนหลวงพิเศษนครสวรรค์ ตามพระประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษขึ้นในพื้นที่ 2 จังหวัด  คือนครสวรรค์รับผิดชอบในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในการเติมน้ำในเขื่อน และช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรม ประกอบด้วยเครื่องบิน 4 ลำ แบ่งเป็น เครื่องกาซ่า 2 ลำ และเครื่องบินคาราแวน 2 ลำ และที่ฐานปฏิบัติการสนามบินจังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบปฏิบัติการฝนหลวงในเขตภาคเหนือ มีเครื่องบิน 3 ลำ แบ่งเป็นเครื่องกาซ่า 2 ลำ ซีเอ็น 235 อีก1 ลำ เพื่อเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ โดยศูนย์ฝนหลวงพิเศษจะเริ่มขึ้นบินเสริมการปฏิบัติการฝนหลวงที่มีอยู่เดิม ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลายกลับคืนสู่สภาวะปกติ

ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางนครสวรรค์จัดส่งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงออกไปให้การช่วยเหลือประชาชน 2 หน่วย ได้แก่ ที่จังหวัดกาญจนบุรีมีการขึ้นบินไปแล้ว 72 วัน รวม 295 เที่ยวบิน มีฝนตก 69 วัน และจังหวัดลพบุรี มีการขึ้นบินไปแล้ว 69 วัน รวม 216 เที่ยวบิน มีฝนตก 62 วัน ส่วนศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือเชียงใหม่ขึ้นบินแล้ว 97 วัน รวม 305 เที่ยวบิน มีฝนตก 81 วัน และที่พิษณุโลกขึ้นบินแล้ว 98 วัน รวม 361 เที่ยวบิน มีฝนตก 86 วัน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษขึ้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อให้ดำเนินการทำฝนหลวงได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การนำสารในวังที่มีปฏิกิริยากับเมฆทำให้เกิดปริมาณฝนที่มากขึ้น การส่งผู้แทนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำฝนหลวงมาให้คำแนะนำกรมฝนหลวง  และการบินเกษตร เป็นต้น.