หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ปฏิรูปการศึกษา ผลจะออกดี-เลว

Author by 28/03/16No Comments »

thainews180       ภายหลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่10/2559 ลงวันที่ 21 มี.ค. 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เนื้อหาโดยสรุปว่า โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาในการจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคของประเทศว่าเกิดปัญหาการสั่งการและการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการศึกษาให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 นั้น

หัวหน้า คสช. มีคำสั่ง  12 ข้อ ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุป เช่น  ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ประกอบด้วย รมว. ศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ รมช. ศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นกรรมการ และปลัด ศธ.เป็นกรรมการและเลขานุการข้อ  4 ให้ยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการและให้โอนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ของจังหวัดนั้น ๆ

ข้อ 6 ในแต่ละจังหวัดให้มี คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “กศจ.” มีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าฯ เป็นประธาน ศึกษาธิการภาคในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นรองประธาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นกรรมการเป็นต้น เมื่อสรุปแล้ว การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ เกิดขึ้น และเป็นไปตามความมุ่งหวังของ คสช.ที่สามารถใช้กฎหมายพิเศษสั่งการได้ แต่ผลที่จะเกิดขึ้นดีหรือร้ายหรือเลวตามมา คสช.จะต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเมื่อไปล้มระบบเดิม หากระบบใหม่ไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ของบุคลากร ที่มีทั้งขาดกำลังใจ และส่วนน้อยได้ตำแหน่งดีขึ้น อาจทำให้ผลการศึกษาออกมาผิดเป้ายหมายก็ได้.