หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ปีนี้ปริมาณฝนน้อย กระทบน้ำชลประทาน

Author by 19/08/14No Comments »

Untitled-1        ตามที่ นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าสำนักจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักชลประทานที่ 1 กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณฝนตกสะสมวัดตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยสะสม ราวร้อยละ 14 ทำให้น้ำที่ไหลในลำน้ำปิง มีน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ส่วนการเก็บกักน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง มีปริมาณน้ำ 122 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 45 มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้คิดเป็นร้อยละ 42 ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด มีปริมาณน้ำเหลือร้อยละ 14 มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้ร้อยละ 8.8 มีแผนการส่งน้ำให้พื้นที่ด้านท้ายเขื่อน 148,000 ไร่ เป็นข้าว 12,000 ไร่ ขณะนี้ยังดำเนินการส่งน้ำอยู่

สำหรับน้ำที่ใช้ผลิตประปาใน จังหวัดเชียงใหม่ ได้เตรียมแผนรองรับไว้ในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีการส่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาของเชียงใหม่ทั้งหมด 6,250,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนการรักษาระบบนิเวศในลำน้ำปิง มีปริมาณน้ำเพียงพอ แต่หากเข้าสู่ฤดูแล้ง ถ้าฝนตกเท่ากับค่าเฉลี่ยปกติ น้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จะมีปริมาณน้ำในเขื่อน 265 ล้านลูกบาศก์เมตร หากฝนน้อยน้ำในเขื่อนแม่งัดจะเหลือประมาณ 206 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 77 น้ำจำนวนนี้จะเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง ปี 2558 แต่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ถ้าฝนตกค่าเท่ากับเฉลี่ยปกติ จะมีปริมาณน้ำ 95 ล้านลูกบาศก์เมตร และถ้าฝนตกน้อย จะมีน้ำในเขื่อนเหลือประมาณ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณค่อนข้างน้อย ซึ่งพื้นที่ท้ายเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ในฤดูแล้ง ปี 2558 อาจต้องงดทำข้าวนาปรังด้วยนั้น

เป็นที่น่าสังเกตมาตั้งแต่ต้นฤดูฝน ปีนี้มีฝนตกตามฤดูกาลก็จริง แต่เป็นปริมาณที่น้อย และตกเป็นบริเวณแคบ ๆ แม้ในตัวเมืองเชียงใหม่ฝนตกหนักในบางย่านหรือถนนบางสาย แต่ถัดไปไม่มีฝนเลย เป็นต้น ประกอบกับยังไม่มีพายุดีเปรสชั่นเข้ามาสักลูก จึงมีผลกระทบต่อการเก็บกักน้ำตามเขื่อน และอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ นอกจาก 2 เขื่อนข้างต้นแล้ว อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 12 แห่งในเชียงใหม่ มี 4 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย คือ อ่างเก็บน้ำแม่ตูบ อ.ดอยเต่า อ่างเก็บน้ำแม่ออน อ.แม่ออน อ่างเก็บน้ำโป่งจ๊อ อ.แม่แตง และอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว อ.แม่วาง มีน้ำใช้การได้เหลืออยู่ร้อยละ 15 เท่านั้น ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำจึงต้องเตรียมแผนรับมือไว้ให้พอดี หากฝนแล้งมาก็ต้องปล่อยน้ำออกจากเขื่อนช่วงนี้น้อยลง แต่ถ้ามีพายุลูกใหม่เข้ามา ก็ต้องรีบระบายน้ำลงให้ทันก่อนจะเกิดพิกัดเก็บกัก และทำให้เกิดอุทกภัย เพราะทุกปีช่วงสิงหาคม-กันยายนเกิดอุทกภัยใหญ่ล้นตลิ่งท่วมเมืองเป็นประจำ.