หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

รถบรรทุกต้องมี GPS ประจำทุกคัน

Author by 17/02/16No Comments »

thainews180             ตามที่ กรมการขนส่งทางบก กำหนดระเบียบให่รถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป จนถึงรถลากจูง และรถโดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนใหม่ จะต้องติดตั้ง เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของ (GPS) ซึ่งมีทั้งกล้องบันทึก และเส้นทางที่จะเดินทาง เพื่อควบคุมอัตราความเร็ว การเพิ่มความปลอดภัยในการขับรถขนาดใหญ่ และลดปัญหาการจราจรติดขัดเส้นทางที่ผ่านย่านชุมชนนั้น นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงรายละเอียดว่า ประกาศกำหนดให้รถที่ใช้ในการส่งผู้โดยสาร และรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2552 ต้องติดตั้งและใช้เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของ (GPS) ต้องมีคุณลักษณะและระบบการทำงานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

                โดยเป็นรถที่จดทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2559 เป็นต้นมาต้องติดตั้งและใช้เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS) ได้แก่ รถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ขึ้นไปและรากจูง รถโดยสารประจำทางที่มีเส้นทางระหว่างกรุงเทพกับต่างจังหวัด (รถหมวด 2) และที่มีเส้นทางระหว่างจังหวัด (รถหมวด 3) ยกเว้นรถลักษณะสองแถว รถโดยสารไม่ประจำทาง (ทะเบียนขึ้นต้นด้วย 30 และ 34) ยกเว้นรถลักษณะ สองแถว รถที่จดทะเบียนไว้ก่อน 25 มกราคม 2559 ต้องติดตั้งเครื่องและใช้เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS) ตามแบบคุณลักษณะที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้แล้วเสร็จ มีรถลักษณะลากจูงที่ลงทะเบียนประส่วนบุคคล (ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว) และที่จดทะเบียนประเภทไม่ประจำทาง(ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง) ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการตรวจสภาพรถเพื่อต่ออายุทะเบียน

ทั้งนี้ในปี 2560 รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปที่จดทะเบียนประเภทไม่ประจำทาง (ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง) ต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนการตรวจสภาพรถเพื่อต่ออายุทะเบียน สำหรับ 2562 รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง (ยกเว้นรถสองแถว) ต้องดำเนินการเช่นเดียวกันหมดให้ครบถ้วน  เพราะเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS) หากสามารถเชื่อมต่อข้อมูล ความเร็ว ตำแหน่งพิกัดของรถกับกรมการขนส่งทางบกแล้วจะสามารถดูแลความปลอดภัยได้ทันสมัยยิ่งขึ้น เนื่องจากรถบรรทุก และรถโดยสารนั้น จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของผู้ขับ ผู้โดยสารแล้ว ยังต้องไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับรถคันอื่น ๆ ด้วย ที่ผ่านมารถบรรทุกขนาดใหญ่เวลาเกิดเหตุแล้วมักจะมีความสูญเสียมากมายตามมา ยิ่งในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีปริมาณยานยนต์บนท้องถนนมีมากก็เสี่ยงต่ออันตรายอีกด้วย การติดเครื่องมือดังกล่าว จึงน่าจะเป็นผลดีต่อสาธารณชนและส่วนรวมแน่นอน.