หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

รัฐต้องเตรียมรับมือ ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปี

Author by 19/11/14No Comments »

thainews180         ปกติการทำนาปีในช่วงฤดูฝนเป็นฤดูสำคัญสุดของเกษตรกรไทย โดยส่วนหนึ่งมักจะใช้วันมงคลเป็นวันหว่านกล้าหรือปลูกข้าว รวมทั้งวันเก็บเกี่ยวผลผลิต เรียกว่าปลูกวันแม่ (12 สิงหาคม เกี่ยววันพ่อ 5 ธันวาคม) ซึ่งขณะนี้ข้าวนาปีบางส่วนเริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว และบางส่วนรอเวลาที่เหมาะสม ถือว่าตั้งแต่นี้ไปจนถึงต้นปีเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ดังนั้นหลายฝ่ายจึงห่วงใยเกษตรกรชาวนา จะขายข้าวไม่ได้ราคาหรือถูกพ่อค้า-โรงสีกดราคา ล่าสุดมีนักวิชาการออกมาแนะให้รัฐบาลรีบใส่ใจต่อปัญหาดังกล่าว และเร่งระบายข้าวเก่าออก ก่อนฤดูเก็บเกี่ยวนาปีจะมาถึง หากราคาข้าวตกต่ำเพราะถูกต่างประเทศกด ลง จะทำให้ข้าวเปลือกเหลือตันลไม่ถึงหมื่นบาทนั้น

ข้อเสนอแนะดังกล่าว เกิดจากการสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ “นโยบายข้าว ชาวนา : ทิศทางการพัฒนาสู่ความเป็นธรรม และยั่งยืน”ในโอกาสที่วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครบ 10 ปี โดยอาจารย์รชฏ เชื้อวิโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารเปิดงาน และ ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้อำนวยการพร้อมคณาจารย์และนักศึกษาปริญญาโท  สาขาวิชาการบริหารองค์การภาครัฐ ชิญวิทยากรที่อยู่ในวงการค้าข้าว และนักวิชาการ อาทิ นายนิพนธ์ วงศ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโรงสีข้าวไทย รศ.สมพร อิสวิลานนท์ จากสถาบันคลังสมองแห่งชาติ มาเสวนาร่วมกับนายสุพจน์ ป้อมชัย ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดลำพูน และนายนิกรณ์ ทะกลกิจ ประธานสหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด

รศ.สมพร  อิศวิลานนท์ ชี้ว่าปัญหาข้าวกับชาวนามีมาทุกยุคสมัย เพราะเราผลิตข้าวได้ราว 37-38 ล้านตันข้าวเปลือก แปรรูปเป็นข้าวสารได้ 26 ล้านตัน ใช้บริโภคภายใน 10 ล้านตัน ที่เหลือส่งออก และเข้าโรงงานเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ชณะที่พื้นที่แต่ละภาคก็มีศักยภาพในการผลิตข้าวคุณภาพ เช่นอีสาน ปลูกข้าวหอมมะลิได้ถึง 8 ล้านตันข้าวเปลือก ถ้าบริหารจัดการดี ๆ ราคาก็จะไม่ตกต่ำ แม้แต่ข้าวเหนียวก็จัดการได้ เพราะสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ซึ่งเกษตรกรก็ต้องเข้าใจและร่วมมือกันด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐต้องมีมาตรการออกมาช่วย และสนับสนุนให้เกษตรกรผลิต แปรสภาพ และบรรจุข้าวคุณภาพขายเอง อย่างเช่นสหกรณ์การเกษตรพร้าวจำกัดทำอยู่ ก็จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ส่วน นายนิพนธ์ วงศ์ตระหง่าน เห็นว่าจะต้องสร้างความแตกต่างเรื่องคุณภาพข้าว และเลิกค้าขายแบบเดิมที่ไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ เพราะต้นทุนของเราสูง ทั้งที่ข้าวของไทยมีหลายสายพันธุ์ จำเป็นต้องฉีกแนวทางให้ชัดเจน ต้องมีกลไกการตลาดให้เข้มแข็ง ปัญหาที่พบมาตลอด คือ เมื่อผลิตแล้ว ชาวนาต้องรีบขายเพื่อใช้หนี้ จึงถูกกดาราคา ต่างประเทศก็พลอยกดราคาลง เพราะทราบว่าเรามีข้าวค้างสต็อกอยู่มากและผลผลิตใหม่กำลังจะออกมา ดังนั้นรัฐต้องเร่งระบายข้าวเก่าออกไป แม้ขาดทุนหรือในรูปของการแจกแก่คนยากจนก็น่าจะทำ เพื่อข้าวใหม่จะมีราคาดีขึ้น.