หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

ลดหวานเสียที จะไม่ป่วยเรื้อรัง

Author by 6/02/16No Comments »

 thainews180               คนไทยนิยมกินหวานมาแต่ไหน  แต่ไร ทั้งขนมหวาน จนถึงอาหาร และเครื่องดื่ม โดยไม่รู้ตัวว่าการกินหวานส่งผลเสียต่อร่างกาย ส่วนใหญ่จึงกลายเป็นผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ตามมาด้วยโรความดันโลหิตสูง และโรคไต ถึงขั้นต้องรอคิวเข้าฟอกไตกันเป็นประจำวัน แสดงถึงความ “ไม่รู้” หรือรู้แต่ติดรสหวาน จนกระทั่งไม่สามารถจะลดหรือเลิกกินหวานได้ กระทรวงสาธารณสุขได้พยายามรณรงค์เรื่องการลดความหวานลง แต่ก็ไม่สามารถทำได้เต็มที่ สำหรับผู้ที่ยังพึ่งพาร้านอาหาร อาหารถุงหรืออาหารตามสั่ง ก็ยังพบกับผู้ปรุงที่นิยมใส่ทั้งน้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ ผงชูรสที่ให้ความหวาน โดยอ้างว่าทำให้อาหารมีรสชาติดีแต่ไม่เคยจะเรียนรู้ถึงโทษภัยในการกินหวานดังกล่าว

                จังหวัดลำปางถือเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลทรายใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนบน เพราะมีโรงงานน้ำตาลทรายที่ อ.เกาะคา วันนี้เริ่มรณรงค์ในการลดกินหวานลงแล้ว ไม่ใช่เป็นการลดโอกาสและอาชีพของเกษตรกร และโรงงานน้ำตาล แต่ทุกฝ่ายได้เล็งเห็นถึงโทษภัยจากการกินหวานบ้างแล้ว ดังที่เร็วๆ นี้ นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และภาคีเครือข่าย รวมทั้งสมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและสมาคมโรงแรม จัดกิจกรรม และกำหนดมาตรการ “คนไทยอ่อนหวาน รณรงค์ใช้น้ำตาลซองไม่เกิน 4 กรัม เพื่อลดการบริโภคหวาน” โดยร่วมกันรณรงค์ลดน้ำตาลที่ใส่ในเครื่องดื่มชา กาแฟ ในช่วงอาหารว่างของการจัดประชุม จากซองละ 8 กรัม (2 ช้อนชา) เหลือ 4 กรัม (1 ช้อนชา) เพื่อลดการบริโภคน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพอาจก่อให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง และโรคเบาหวาน รวมทั้งจัดอาหารว่างพลังงานต่ำ เพิ่มผลไม้ตามฤดูกาล “ประชุมได้ผล คนได้สุขภาพ” (Healthy Meeting) ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ เป็นการลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังชนิดต่างๆ

                กิจกรรมตั้งแต่ต้นปีใหม่ของจังหวัดลำปาง จึงน่าสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่จะให้ได้ผลต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ให้ดำเนินการร่วมรณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาล และเพิ่มผลไม้ตามฤดูกาลในการจัดหารว่างในการจัดประชุมทุกครั้ง นอกจากนั้น ยังเสนอให้ใช้น้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มในอาหารว่าง หรือลดปริมาณน้ำตาล โดยงดใช้เครื่องดื่มชงสำเร็จรูป (3 in 1) หากจะใช้น้ำตาลใส่ในเครื่องดื่มชา กาแฟ ในช่วงอาหารว่าง ควรใช้น้ำตาลปริมาณน้อย คือไม่เกิน 4 กรัม (1 ช้อนชา) ต่อชุดอาหารว่าง ควรจัดอาหารว่างพลังงานต่ำ และเพิ่มผลไม้ตามฤดูกาล จึงถือเป็นแบบอย่างที่ดี น่าที่จังหวัดอื่นๆ จะเร่งจัดการกับปัญหาข้างต้นไปพร้อมกัน เพื่อประชาชนจะไม่ต้องมาป่วยเรื้อรัง.