หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

สตช.ลงพื้นที่เอาจริง จับพวกบุกรุกป่าน่าน

Author by 10/04/15No Comments »

150408144643        พอถึงฤดูแล้ง สภาพภูมิประเทศในพื้นที่จังหวัดน่านแล้งจัด มองเห็นดอยต่างๆ เป็นสีแดงไร้ต้นไม้เพราะเพิ่งเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และพืชอื่น ๆ เห็นได้ชัดว่ามีการบุกรุกผืนป่าต้นน้ำชั้น 1 ลงมาถึงป่าสงวนแห่งชาติอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดการแผ้วถาง มีปัญหาไฟป่า และหมอกควันตามมา ล่าสุดคณะของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่า และเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าจะต้องเร่งดำเนินการขับเคลื่อนเอาจริงเอาจังกับผู้กระทำผิดให้ได้ เพราะมีการบุกรุกแผ้วถาง และเผาป่าอย่างมโหฬาร เมื่อคณะฯเข้ารับฟังการบรรยายสรุปที่ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จากนายชัยยันต์ คำป้อ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคาทำให้ได้ทราบว่าในพื้นที่มีปัญหาบุกรุกป่าหมักหมมมานานแล้ว แม้จะจับกุมดำเนินคดีต่อเนื่องมาก็ยังไม่หยุดยั้ง

ปัญหารุนแรงขึ้นป่าที่เคยเขียวชะอุ่มถูกบุกรุกไปกว่าล้านไร่ โดยเมื่อปี 2557 มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานดอยภูคา 27 ไร่เศษ จับกุมได้ 65 คดี ปี 2558 มีผลการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 15 อำเภอของจังหวัดน่าน มีคดีบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ แยกเป็นบุกรุกอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ 27 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติกว่า 1 พันไร่ ความเห็นของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ถือว่าปัญหาการบุกรุกและเผาป่าเป็นปัญหาระดับชาติ ที่จะต้องช่วยกันเร่งแก้ไข ขณะที่ตำรวจก็ต้องเข้มงวดอย่างจริงจัง ให้ดึงประชาชนในพื้นที่มามีส่วนร่วม และประสานหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มช่องทางแจ้งเหตุโดยเฉพาะผู้นำชุมชน เพื่อการปราบปรามและดำเนินคดีอย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยนำ พ.ร.บ.ฟอกเงินมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ เพราะการบุกรุกแผ้วถาง และเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีป่าสมบูรณ์เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก นอกจากนั้นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้ขอร้องชาวเขาเผ่าขมุที่มีอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะมีรายงานเรื่องการเผาวัชพืชทุกปีด้วย นับเป็นครั้งแรกที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติลงมากำชับเรื่องนี้ หวังว่าจะแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้.