หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

สนง.ปรมาณูเพื่อสันติ สร้างความเข้าใจสังคม

Author by 21/08/14No Comments »

ปรมาณูเพื่อสันติ           ตามที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ร่วมกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ขึ้นมาจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ในสถานการณ์ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีเฟส 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ วัตถุประสงค์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ด้านนิวเคลียร์ และรังสีในภูมิภาคเอเชียกว่า 7 ประเทศ มีทักษะและความพร้อมต่อสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาถึง 6 วันดำเนินการในระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค. 57

นับเป็นการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญ ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากยังมีนานาประเทศ และประชาชนที่ยังไม่เข้าใจถึงการนำพลังงานปรมาณู หรือนิวเคลียร์มาใช้เพื่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งนานาประเทศได้ใช้แนวทางนี้ เพื่อพัฒนาพลังงาน ไม่แต่เพียงการประหยัดต้นทุน แต่สามารถสร้างประสิทธิภาพ และความปลอดภัยต่อสาธารณะได้เป็นอย่างดี โดยนายสุพรรณ แสงทอง เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ชี้แจงว่า การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ ยังมีความจำเป็นไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่รวมถึงสังคมโลก ที่จะต้องสื่อสารถึงสาธารณชนให้เข้าใจ และปฏิบัติให้ถูกด้อง เพื่อเพิ่มทักษะด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ในสถานการณ์ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่อาจเกิดขึ้น

เป้าหมายการประชุมอีกด้าน คือ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์จากประเทศต่าง ๆ ภายใต้เครือข่าย ANSN เช่น บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ที่เข้าร่วม 40 คน สำหรับประเทศไทย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปประยุกต์ในการทำงานต่อไป ทั้งนี้ จะเห็นว่าสังคมทั่วไปยังเข้าใจว่าพลังงานปรมาณูให้โทษมากกว่าให้คุณ และพากันหวาดกลัว ก็สมควรที่จะมีการอธิบายขยายความ สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนถึงผลดีผลเสีย ตลอดถึงระบบการป้องกันความปลอดภัยอย่างไรต่อมวลมนุษย์โลก หากมีแต่ปิดบังอำพรางต่อไป ประชาชนก็คงไม่ทราบอะไรเป็นอะไร เพื่อจะสามารถตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต.