หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

สมเด็จพระเทพฯ กับการศึกษา กศน.

Author by 3/02/16No Comments »

thainews180              สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  จัดประชุมวิชาการโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “36 ปีแห่งพระเมตตา ปวงประชาได้ศึกษาเท่าเทียม” ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินเปิดงานวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์นั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงต่อวงการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาตามอัธยาศัยซึ่งรวมทั้งการศึกษาตั้งแต่เยาวชนจนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งพระองค์ทรงมีพระเมตตาสนับสนุน

ดังที่ นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ กล่าวว่า การจัดประชุมวิชาการโครงการ กพด. หรือ โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เนื่องจากตลอด 36 ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงงานหนัก และมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยใช้การศึกษาเป็นกลไกในการพัฒนา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนให้เกิดความสมดุล โดยอาศัยหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ ด้านพุทธิศึกษา คือความรอบรู้วิชาการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการศึกษาเรียนรู้ต่อไป ด้านจริยศึกษา คือการมีศีลธรรมจรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบหน้าที่ต่อตนเองและผู้อื่น มีสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม ด้านหัตถศึกษา คือความรู้และทักษะในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ และทัศนคติที่ดีต่องาน เห็นคุณค่าของงานที่ทำ เพื่อสามารถนำไปทำงานได้ และด้านพลศึกษา คือการมีสุขอนามัยที่ดี แข็งแรง กินอาหารที่ถูกต้อง ออกกำลังกายให้เหมาะสม รวมทั้งความสะอาดและสุขาภิบาล

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีมากมายเป็นการช่วยให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นได้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีทักษะในการทำงานเลี้ยงชีพที่เหมาะสม มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งความรู้คู่คุณธรรม พระกรุณาธิคุณดังกล่าวเป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างมหาศาล สมควรที่ประชาชนชาวไทยจะช่วยกันสานต่อพระราชปณิธานสืบไป ดังนั้น กศน. จึงน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นหลัก เพื่อสนองงานโครงการ กพด. โดยเน้นจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายทั้งชุมชน ทุกวัย ตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยชรา ด้วยกระบวนการศึกษา 5 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมโภชนาการและสุขอนามัย การส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพตามบริบทของชุมชน การศึกษา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น.