หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

สมโภชใหญ่พระคัมภีร์ อรรถกถาจารย์ไตรปิฎก

Author by 19/02/15No Comments »

thainews180          นับเป็นงานประวัติศาสตร์อีกครั้งของพุทธบริษัทในจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะได้ร่วมกันสร้างมหากุศลยิ่งใหญ่ใกล้เคียงกับในอดีตเมื่อ 500 กว่าปีที่มีการประชุมสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ 8 พ.ศ.2020 ณ วัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งครั้งนั้นพระธรรมทินมหาเถระ ผู้แตกฉานในพระไตรปิฎกได้พิจารณาเห็นว่าคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และอนุฎีกา มีข้อวิปลาสคลาดเคลื่อนอยู่มาก จึงได้ขอพระราชทานจากพระเจ้าติกโลกราช ทรงรับการอุปถัมภ์ จนกระทั่งสำเร็จ แต่ปี พ.ศ.2558 พระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงปู่ทอง สิริมังคโล) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้มีคัมภีร์อรรถกถาจารย์ฉบับภาษาพื้นเมือง(อักษรธรรม) จึงได้ปริวรรตคัมภีร์อธิบายพระไตรปิฎกขึ้นมาจนสำเร็จ

ก่อนหน้าสัก 40 ปีที่แล้ว พระธรรมมังคลาจารย์ ตั้งปณิธานว่าจะอุทิศกำลังสติปัญญา และความสามารถในการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษาพื้นเมือง(อักษรธรรม) เริ่มตั้งแต่ก่อตั้งโรงพิมพ์ในวัดร่ำเปิงตะโปทาราม เชิงดอยสุเทพ พร้อมหล่อตัวพิมพ์อักษรธรรม เนื่องจากการพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเรื่องใหญ่ สิ้นค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ก็สามารถจัดพิมพ์จนสำเร็จราวปี พ.ศ.2532  ถัดจากนั้นในปี พ.ศ.2540 ได้ทำโครงการปริวรรตพระไตรปิฎกให้เป็นภาษาบาลีอักษรธรรมขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจว่าในภาษาพื้นเมืองเหนือ(อักษรธรรม) ก็มีพระไตรปิฎกทั้งแบบภาษาพื้นเมือง และแบบภาษาบาลีพื้นเมือง แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยากในการศึกษาก็ตาม

โครงการปริวรรตคัมภีร์อรรถกถาจารย์ อธิบายความในพระไตรปิฎกถือเป็นคัมภีร์รองลงมาจากพระไตรปิฎกระดับหนึ่ง แต่ก็มีความสำคัญยิ่งที่จะคงหลักการ และคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ เมื่อมุ่งเป้าหมายให้สำเร็จโดยเร็ว พระธรรมมังคลาจารย์จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยนักวิชาการระดับเปรียญธรรมเอกมาร่วมคณะ พร้อมนักวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการปริวรรตคัมภีร์จากภาษาบาลีมาเป็นอักษรธรรมบาลีโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และการสร้างฟร้อนท์(ตัวอักษรธรรม)ขึ้นมา ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ปีก็สำเร็จ ดังนั้นเมื่อจะมีการสมโภชพระคัมภีร์ข้างต้นโดยพิธีแห่ขบวนจากพุทธสถานเชียงใหม่ไปยังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เวลา 13.00 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ศกนี้ และงานพิธีสมโภชฉลองคัมภีร์ฯ ในระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ณ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จึงเป็นงานใหญ่ของคณะสงฆ์ และพุทธบริษัททั้งมวลจะได้ร่วมอนุโมทนาบุญพร้อมกัน.