หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

เกินไปหรือเปล่ากับ เตรียมรับภัยพิบัติโลก

Author by 29/03/16No Comments »

thainews180    จากสภาวะภัยแล้ง อันรุงแรงใน    ปี 2559 นี้ นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ออกมากล่าวเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือสถานการณ์วิกฤตภัยแล้ง ว่า ตนห่วงประชาชน จึงออกมาเตือนว่าน้ำในเขื่อนมีไม่พอใช้ แน่นอนช่วงแล้งนี้โดยเฉพาะเดือน มี.ค. – เม.ย.นี้ ภัยแล้งทวีความแห้งแล้ง และมีอากาศร้อนรุนแรงขึ้นมาก ซึ่งคนกรุงเทพฯ น่าห่วงมาก ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ เพราะเจอปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้าระบบประปา ซึ่งการการประปา ต้องมีแผนสำรองไว้ว่าจะหาน้ำดิบจากไหนมาผลิต ส่วนที่กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บอกว่ามีน้ำเพียงพอได้ถึงเดือน มิ.ย.นั้น ไม่ถึงแน่นอน เพราะปริมาณน้ำที่เห็นเป็นระดับน้ำตาย น้ำก้นเขื่อนที่มีตะกอนอยู่ เกินครึ่งสูบมาใช้ไม่ได้

นายสมิทธ ธรรมสโรส วิตกกังวลมากเกินไปหรือเปล่าที่ว่า น้ำในแม่น้ำลำคลองสายหลักแห้งขอด เขื่อนใหญ่ปล่อยน้ำมาก็โดนสูบกลางทาง ไม่พอผลักดันน้ำเค็ม ตอนนี้น้ำเจ้าพระยาเป็นน้ำกร่อยแล้วมาถึงสะพานพุทธ คลองต่างๆ ใน กทม.ปิดปากคลองแล้ว ป้องกันน้ำเค็มเข้า แต่รัฐบาลยังไม่ยอมบอกความจริงกับประชาชน ตรงนี้ถือเป็นว่าห้วงเวลาวิกฤตสุดแล้ว จึงออกมาเตือนให้เตรียมช่วยตัวเอง อย่าไปหวังพึ่งหน่วยงานรัฐ เพราะถึงเวลาทุกคนไม่มีน้ำกิน จะเกิดโกลาหลจนรัฐบาลไม่สามารถช่วยใครได้นายสมิทธเชื่อว่า น้ำในเขื่อนไม่พอใช้แน่นอน ภัยแล้งยังอีกนานจากปรากฏการณ์เอลนีโญมีอยู่ แต่ทั้งการไฟฟ้า กรมชลฯ ยืนยันว่ามีน้ำ แต่ไม่เคยไปตรวจวัดว่ามีน้ำจริงๆ เท่าไหร่ เพราะใต้น้ำมีตะกอนมากมาย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ สร้างมา 60 กว่าปี มีตะกอนจำนวนมหาศาล และเป็นระดับน้ำตาย เอาน้ำมาใช้ไม่ได้ ทุกเขื่อนเป็นแบบนั้น ไม่มีน้ำจริงตามที่คาดไว้ ปัญหาตอนนี้น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา บางปะกง ท่าจีน กำลังมีปัญหาชาวบ้านร้องเรียนมากันมากเรื่องน้ำเค็มลามใช้รดสวนทุเรียนสวนส้ม เลี้ยงปลากระชังตายไปเยอะแยะ แต่ราชการปิดข่าว กลัวคนแตกตื่นไม่กล้าบอกความจริง ตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะขณะนี้น้ำเค็มกำลังขึ้นมาเรื่อยๆ น้ำจืดไม่มีไปไล่

แต่ปรากฏการณ์ทุกครั้งเมื่อมีภัยแล้ง และอากาศร้อนจัด ก็จะเกิดพายุฝนลมแรงที่เรียกว่าพายุฤดูร้อนหากปีใดพัดเข้ามามากก็จะมีฝนตกมาก สร้างความชุ่มชื้นแก้พื้นที่ตั้งแต่กลางเมษายนทุกปี เพียงแต่ว่าปีนี้จะมีพายุฤดูแล้งมาจริงหรือไม่ และจะก่อให้เกิดทุพภิกขภัยขาดน้ำขาดอาหารกันจริงหรือไม่ ถ้าถึงเวลานั้นก็ต้องเตรียมแผนรองรับเอาไว้ด้วยความไม่ประมาท แต่มิใช่ ทำให้ประชาชนหวาดหวั่นขวัญเสียอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดโกลาหลแย่งชิงน้ำท่ากันมากกว่า.