หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

เครือข่ายสหกรณ์เชียงใหม่ ออกงานเทศกาลผักผลไม้ฯ

Author by 13/05/15No Comments »

thainews180         เมื่อเร็ว นี้ นางสุมิตรา อภิชัย สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมี นโยบายส่งเสริมการจำหน่ายกล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ และขยายมาเป็นพืชผัก ผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆของเมืองไทยให้เปิดจำหน่ายที่คลาดคลองผดุงกรุงเกษม ถ.ลูกหลวง ข้างทำเนียบรัฐบาล ในกรุงเทพมหานครนั้น สำหรับใน      รอบเดือนพฤษภาคม 2558 ได้มอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และขบวนการสหกรณ์ในภาคเหนือจัดเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพขึ้นระหว่างวันที่ 6-31 พฤษภาคม 2558 ซึ่งเปิดงานวันแรกเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมผ่านมาโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานเปิดงาน และนายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รายงานถึงการจัดเทศกาลดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการตลาดให้เกษตรกรทั่วประเทศได้ขายผลผลิตนั้น

สำหรับในจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ได้ประชุมกับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาเกษตรกรหรือกลุ่มที่นำผลผลิตพืชผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปออกร้านในงานเทศกาลผลไม้ไทยคุณภาพตลอด 25 วัน ที่เปิดให้เกษตรกรจากเชียงใหม่ โดยสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง นำผักปลอดภัยตามฤดูกาลออกร้านตลอดงาน สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด เปิดร้านกาแฟและเม็ดกาแฟคั่วบดออกร้าน ช่วง 6-10 พฤษภาคม กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านท่าล้อ อ.ดอยหล่อ นำมะม่วงสด และผลไม้แปรรูปจำหน่ายช่วง 4-10 พฤษภาคม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกลิ้นจี่บนพื้นที่สูง (ดอยปุย ดอยขุนช่างเคี่ยน และดอยแม่สา) จะนำลิ้นจี่สดจำหน่ายช่วง 18-24 พฤษภาคม สหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงบ่อแก้ว จำกัด จะนำลูกพลับ ลูกไหน ลูกท้อ มะเขือเทศเชอรี่ และผลไม้แปรรูปจำหน่ายช่วง 18-24 พฤษภาคม

นอกจากนั้น สหกรณ์การเกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัดจะนำผักผลไม้อินทรีย์ และข้าวกล้องไปจำหน่ายช่วง 25-31 พฤษภาคม และกลุ่มเกษตรกรทำไร่โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จะนำลิ้นจี่สดไปจำหน่ายในช่วง 25-31 พฤษภาคม ทั้งนี้สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ มอบให้ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้ประสานงานและไปร่วมเทศกาลผักผลไม้ไทย ตั้งแต่ระหว่าง 6-31 พฤษภาคมนี้ด้วย นับเป็นโอกาสอันดีที่เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรสามารถจัดหาผลผลิตไปจำหน่ายในเทศกาลดังกล่าว เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด โดยเฉพาะมะม่วง และลิ้นจี่ที่กำลังออกสู่ตลาดขณะนี้ หากรอขายในพื้นที่คงจะไม่ได้ราคาดีหรือถ้าผลผลิตออกมาก็อาจถูกคนกลางกดราคาอีก สำหรับสมาชิกสหกรณ์ที่มีผลผลิตแต่ไม่ทราบเรื่องนี้ น่าจะหารือกับสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อประสานงานให้มีช่องทางการตลาดต่อไปด้วย.