หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

เทศบาลสันทราย อ.ฝาง นำร่องสวมกันน็อก100%

Author by 26/09/14No Comments »

 thainews180         ความพยายามของทุกหน่วยงาน และภาคส่วนในสังคม ที่จะแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอจนถึงจังหวัด ระดับภาค(เขต)ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และระดับประเทศ ที่มีการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายในเทศกาลรับปีใหม่สากล และประเพณีสงกรานต์ ต่อเนื่องมาทุกปี แต่ยังไม่สามารถลดอุบัติเหตุ และตัวเลขแห่งการสูญเสีย ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย จนถึงขั้นพิการ และเสียชีวิตลงไปได้เลย ทำให้สถิติแต่ละปีน่ากลัวมาก ขนาดยังไม่รวมนอกเทศกาลเอาไว้ ซึ่งว่ากันว่าคนไทยตายเพราะอุบัติเหตุทางถนนปีละเกือบ 2 หมื่นคนบาดเจ็บอีกสามเท่าตัว โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเสี่ยงอันตรายมาก ยิ่งไม่ได้สวมหมวกนิรภัย โอกาสที่ศีรษะจะกระทบพื้นทำให้เลือดไหลออกจากสมองเสียชีวิตมีสูงสุด

          อย่างไรก็ตาม ความพยายามข้างต้นที่น่าชื่นชมมาก ดังที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ เทศบาลตำบลสันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยนายธนวัฒน์ แสงสุวรรณ์ นายกเทศมนตรีร่วมกับ นายสงกรานต์ ถิ่นคำ ผจก.บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด (ศูนย์บริการฝาง)  ร.ต.อ.นภดล  ตันมาดี สารวัตรจราจรสถานีตำรวจภูธรฝาง นายธีระภัทร์  ผิวสวัสธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาฝาง และนายณัฐวุฒิ  เกิดมงคล หัวหน้าหมวดการทางฝาง แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 3 ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและประกาศให้ปี 2554-2557 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% 

          การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้เทศบาลตำบลสันทราย อ.ฝาง เป็นองค์กรต้นแบบสวมหมวกนิรภัย 100 %  เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ของเทศบาลตำบลสันทรายตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน โดยมีการบังคับให้ทุกคนภาย ในองค์กรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อสร้างจิตสำนึกรักความปลอดภัยและสามารถลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุลงได้ ถือเป็นเทศบาลแห่งแรกที่ดำเนินการนำร่องต้องสวมหมวกนิรภัยทุกคนและทุกครั้ง ทั้งผู้ขับขี่ และซ้อนท้าย เมื่อเข้าสู่เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลสันทราย โดยเฉพาะที่เข้าไปติดต่องานเทศบาล ทั้งนี้ ในปี 2558 บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด สาขาฝาง จะขยายโครงการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยไปยังหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจอื่นๆในเขตอำเภอฝางเพิ่มขึ้นต่อไป จึงนับเป็นโครงการที่น่าสนับสนุน และทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมทุกท้องถิ่น และพื้นที่ของประเทศ เพราะถ้าประชาชนสวมหมวกนิรภัยแล้ว จะลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนลงได้เป็นอันมาก.