หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

เมืองท่องเที่ยว ปลอดภัยมาก่อน

Author by 7/05/15No Comments »

thainews180          กล่าวกันว่า เมืองท่องเที่ยวไหนๆ ในโลก ล้วนแต่เป็นแหล่งชุมนุมของมิจฉาชีพ และการเกิดอาชญากรรมมากเป็นพิเศษ แต่นักท่องเที่ยวก็นิยมไปท่องเที่ยว ท่ามกลางการติดป้ายเตือน การแจ้งเตือนด้วยข้อความต่างๆ ตั้งแต่ย่างก้าวเข้าสู่สนามบิน โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ คงไม่ผิดกับเมืองไทย ที่มีมิจฉาชีพที่แฝงมาในคราบนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และที่เป็นแก๊งต่างๆ ในท้องถิ่น เมื่อได้โอกาสก็จะฉกชิงวิ่งราว จี้ปล้น หนักขึ้นไปจนถึงทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวหรือเจ้าทรัพย์ ผลลบจึงเกิดขึ้นเสมอ ถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว ที่เปรียบเสมือนการฆ่าไก่กินไข่ ยิ่งกว่านั้น หากมีการฆาตกรรมร้ายแรงเกิดขึ้น ก็ทำลายชื่อเสียงของประเทศไปด้วย

ในฐานะเชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวสากลแล้ว ดังจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาไม่ขาดสาย แทบทุกทวีปและหลายเชื้อชาติสัญชาติ จากอดีตเคยมาเที่ยวตามฤดูกาล พอพ้นมหาสงกรานต์เข้าสู่ฤดูฝนก็จะหายเงียบ ส่งผลให้โรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวเงียบสงบ ดังที่เรียกกว่าโลว์ซีซั่น แต่ในระยะ 2-3 ปีนี้ บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มมีตลอดทุกฤดูกาล ทุกวันทุกสัปดาห์-เดือนและตลอดทั้งปีก็ว่าได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาสัมผัสเมืองเชียงใหม่อย่างมากมาย เมื่อมาพำนักอยู่ในเขตเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน ก็เกิดความชะล่าใจว่าปลอดภัย อาจเดินตามตรอกซอยหรือถนนในยามวิกาล ที่แก๊งมิจฉาชีพออกหากินเป็นประจำ นอกจากนั้นอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพในคราบนักท่องเที่ยวด้วยกัน ซึ่งความเป็นเมืองท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะต้องตื่นตัว และเรียนรู้วิธีป้องกันตามแบบนานาชาติตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ในห้วงวันหยุดยาวตั้งแต่ 1-5 พฤษภาคมที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาว ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เรื่องการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทยเป็นพิเดษ   พร้อมกันนั้นมีจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “งานมหัศจรรย์ประเพณีท่องเที่ยวไทย ในปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558″ ที่ข่วงประตูท่าแพ โดยเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว หวังจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เมืองเชียงใหม่ด้วย ซึ่งเราเห็นว่ามาตรการดังกล่าว จะให้ดีควรจะมีการวางแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาจลดกำลังคนลง แต่สามารถใช้อาสาสมัครหรือการสอดส่องดูแลจากพี่น้องประชาชนร่วมด้วยช่วยกันอีกทางก็จะเป็นผลดีกว่าที่ผ่านมา.