หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

เร่งจ่ายจำนำข้าว ห่วงผลผลิตใหม่ตกต่ำ

Author by 28/05/14No Comments »

thainews180พลันที่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา มีคำสั่งให้ปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือถึงการนำเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวเปลือกแก่เกษตรกรชาวนาที่ค้างอยู่กว่า 8 แสนรายมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ตามข่าว ธกส.จัดเตรียมเงินไว้แล้ว 4 หมื่นล้านบาท และกระทรวงพาณิชย์จะจัดหาเงินกู้มาสมทบอีกจนครบ นอกจากนั้นคณะปลัดกระทรวง และฝ่ายเศรษฐกิจ ยังจะพิจารณาช่วยเหลือชาวนา เพื่อให้สามารถขายข้าวเปลือกฤดูใหม่ได้ในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วยนั้น

ข่าวดังกล่าว สร้างความดีใจแก่เกษตรกรเป็นอันมาก เพราะต่างก็รอมานานกว่า 6 เดือนแล้ว มีชาวนาถึง 16 รายที่ประสบปัญหาหนี้สินฆ่าตัวตายไปแล้ว ส่วนผู้ที่รอคอยก็หันไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย หากได้เงินค่าจำนำข้าวมาเร็วที่สุดก็จะลดภาระดอกเบี้ย และคลี่คลายความทุกข์ร้อนไปได้ช่วงหนึ่ง จากนั้นก็ต้องมาเผชิญกับการที่ผลผลิตฤดูใหม่ จะถูกพ่อค้าคนกลาง และโรงสีกดราคาลงไปอีก เพราะที่ผ่านมา 5 เดือนกว่านี้ราคาข้าวเปลือกลดต่ำลงเหลือเกวียนละ 7-8 พันบาทเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ถ้า คสช.สามารถวางแผนแก้ปัญหาให้กับชาวนาได้ ก็จะทำให้คลายความวิตกกังวลได้เป็นอันมาก นอกจากนั้น ยังจะทำให้ภาวะเศรษฐกิจภายในกระเตื้องขึ้นจากการใช้จ่ายหมุนเวียนภายใน

อย่าลืมว่าในขณะนี้รัฐยังมีข้าวสารในสต็อก ที่รับจำนำไว้ตั้งแต่ฤดูผลิต 2555/56 หรือก่อนหน้านั้นเป็นต้นมาจนถึง 2556/57 อีกจำนวนมหาศาล มีมูลค่ามากกว่าแสนล้านบาทแน่นอน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เจ้าภาพจะต้องเร่งหาทางระบายออกโดยการขายแบบรัฐต่อรัฐหรือจัดให้มีการประมูลขายใหม่อย่างโปร่งใส ตามนโยบายของ คสช. ก็จะทำให้มีเม็ดเงินกลับเข้ามาใช้หนี้ได้เร็วขึ้น นอกจากนั้น ยังจะสามารถนำเม็ดเงินมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการรวบรวมข้าวฤดูใหม่ได้ หาก คสช.จะมีโครงการประกันราคาหรือรับจำนำเช่นเดิมตามที่คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจจะเห็นสมควร อย่างไรก็ตาม การที่เกษตรกรจะได้รับเงินค่าจำนำข้าวไปพร้อมกันรวมแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่นี้ แม้ว่าทางหนึ่งจะนำไปใช้หนี้ หรือใช้จ่ายในเรื่องจำเป็น จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในประเทศและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่หน่วยงานของรัฐที่ดูแลทุกข์สุขของเกษตรกร ควรมีคำแนะนำในการใช้จ่ายในเรื่องที่เหมาะสมจำเป็น เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ และของโลกยังไม่ชัดเจนจะดีหรือร้ายประการใด รวมทั้งราคาข้าวเปลือกฤดูใหม่ที่มีแนวโน้มลดต่ำลง ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วก็จะเป็นปัญหาทำให้มีผลกำไรน้อย และมีหนี้สินพอกพูนขึ้นได้อีก.