หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

แนวคิดปฏิรูปการศึกษา กับแรงดัน อบจ.เชียงใหม่

Author by 24/07/14No Comments »

thainews180           องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ.เข้ามามีบทบาททางการศึกษา เมื่อมีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาแบบสมัครใจเข้ามาอยู่ในสังกัด อบจ.ภายหลังมีกฎหมายรองรับแล้ว ซึ่งเวลาที่ผ่านมาแม้ยังไม่มีการประเมินว่า โรงเรียนในสังกัดท้องถิ่นกับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งผลให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถต่างกันอย่างไรบ้าง แต่ความคาดหวังที่ว่านักเรียนในสังกัด   อบจ.น่าจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้บริหารที่อยู่ในพื้นที่ได้ดีกว่า รวมทั้งได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งก็คือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ท้องถิ่นสามารถจัดสรรงบประมาณให้ได้รวดเร็วกว่าส่วนกลาง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาฟังความเห็นผู้บริหาร อบจ. ในกิจกรรมสัญจรของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับ ผวจ.เชียงใหม่จัดเรื่อง กขคง…ที่นี่มีคำตอบ ในหัวข้อ “การศึกษาล้านนาสไตล์ บนเส้นทางการเป็นจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อชาวเชียงใหม่ทุกคน” นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่จะเดินหน้าจัดตั้งภาคีเชียงใหม่ เพื่อการปฏิรูปการศึกษา ให้เป็นกลไกการทำงานร่วมกันของคนในจังหวัดสู่การเป็นจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้ โดยโจทย์ของการปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ครั้งนี้จะยึดหลัก 4 ด้าน คือ ยึดนักเรียน จำนวน 346,148 คน เป็นตัวตั้ง ยึดพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ในการปฏิรูป การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน และกระจายอำนาจทางการศึกษาจากส่วนกลางสู่พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

พร้อมกันนั้น ได้ตั้งเป้าหมายการจัดการศึกษาร่วมกันในแบบฉบับ “ล้านนาสไตล์” บนเส้นทางการเป็นจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อชาวเชียงใหม่ทุกคน 4 ข้อ คือ ปลูกฝังจิตสำนึกของความเป็นคนเชียงใหม่และจิตสำนึกความเป็นพลเมืองเด็กเยาวชนเชียงใหม่ต้องรู้จักเรียนรู้ปัจจุบัน เท่าทันโลก ทั้งความสามารถทางทักษะการใช้ภาษาและมีภูมิคุ้มกันเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของเด็กที่หลากหลายและ การศึกษาเพื่อการมีงานทำ โดยพัฒนาให้เด็กค้นพบความถนัดความต้องการของตนเองอย่างแท้จริงระหว่างเรียนเพื่อก้าวสู่โลกของงานในอนาคตนั้น จะเห็นว่าแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาของ อบจ.ค่อนข้างกว้าง และครอบคลุมนักเรียนทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดใด ซึ่งถ้าจะมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปลูกฝังจิตสำนึก ทัศนคติที่ดีดังกล่าว คงจะต้องออกแรงกันขนานใหญ่ และอาศัยความร่วมมืออย่างเดียวไม่พอ ต้องสร้างและผลักดันแผนการมีส่วนร่วมที่เห็นพ้องในทิศทางเดียวกันเกิดขึ้นก่อน จึงจะได้เห็นเป็นรูปธรรมตามมา.