หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

แนวทางแก้ปัญหาลำไย ราคาร่วงต่ำกว่าต้นทุน

Author by 31/07/14No Comments »

File_IPD_IMAGE51247552           หลังจากการร้องเรียนของเกษตรกรชาวสวนลำไยภาคเหนือ โดยเฉพาะในเชียงใหม่ และลำพูนไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยผ่านมณฑลทหารบกที่ 33 เชียงใหม่ไปหลายรอบแล้ว ล่าสุดมีการประชุมที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ โดย พล.ต.ศรายุธ รังษี ผบ. เป็นประธานมีตัวแทนบริษัทผู้รับซื้อลำไยรายใหญ่ 5 รายใน ลำพูน ได้แก่ บริษัท 168 ป่าซาง, บริษัท ไทฟง อำเภอเมือง, บริษัท CT ป่าซาง และบริษัท RK ป่าซางและลี้ เข้าหารือถึงความเป็นไปได้ในการขอความร่วมมือ รับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม เนื่องจากในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ราคาเฉลี่ยเมื่อระหว่างวันที่ 12-16 กรกฎาคมที่ผ่านมาราคาลำไยลดลงทุกวัน

ราคาลําไยสดเกรด AA ลดจากกิโลกรัมละ 20-24 บาท เหลือแค่กิโลกรัมละ 19 บาท เกรด A เหลือ 12-15 บาท เกรดต่ำกว่านั้นต่ำกว่า 10 บาทก็มี โดยมีแนวโน้มลดลงมาเรื่อย ๆ ตัวแทนบริษัทรับซื้อลำไยแจ้งว่า เป้นผลจากช่วงเวลาเดียวกันนี้ผลผลิตลำไยในประเทศจีนก็ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาขายลำไยอบแห้งลดลงจากช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เกรด AA จากกิโลกรัมละ 80-90 บาท เหลือ 79 บาท ประกอบกับปัจจุบันลำไยรูดร่วงยังล้นเตาอยู่มาก ทำให้ราคาที่รับซื้อจากเกษตรกร เกรด AA ตกลงมาที่กิโลกรัมละ 19.12 บาท จากราคาเฉลี่ย  20-24 บาทก่อนหน้านี้ ผู้ซื้อแนะนำว่าเกษตกรควรชะลอการเก็บผลผลิตลำไย เพื่อให้ผลผลิตโตเต็มจะพัฒนาเกรดเป็น AA สามารถขายผลผลิตได้ในมูลค่าที่สูงขึ้น

ทางด้านตัวแทนเกษตรกรแจ้งว่า    มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท และราคารับซื้อผลผลิตที่สามารถรับได้ไม่ขาดทุน เกรด AA ควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท เกรด A  16 บาท เกรด B 8 บาท ซึ่งถ้าขายตามราคาตลาดปัจจุบัน เกษตรกรจะขาดทุนทันที เป็นที่น่ายินดีที่ประธานในที่ประชุมได้หาข้อสรุปถึงแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น หลังจากผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าอาจมีการประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดราคารับซื้อผลผลิต ซึ่งทางบริษัทรับซื้อก็ยินดีให้มีการประกาศใช้บังคับ เพื่อให้ทางประเทศจีนรับทราบถึงมาตรการของประเทศไทย จะได้ไม่กดราคารับซื้อ นอกจากนั้นตลาดภายใน ทุกฝ่ายจะต้องพร้อมในการกระจายผลผลิตลำไยสดไปยังห้างโมเดิร์นเทรดทุกสาขาทั่วประเทศ และกระจายลำไยผ่านศูนย์กระจายสินค้าของกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัดปลายทาง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ในเรื่องคุณประโยชน์จากการบริโภคลำไยสด และลำไยแปรรูปให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศรับทราบ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดของลำไยต่อไป จึงขอให้ช่วยเกษตรกรกันจริง ๆ เถิด.