หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

แนะนำผู้สูงอายุหัดออกกำลังการสู้โรค

Author by 29/04/14No Comments »

        มีบทความเผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ถึงการดูแลรักษาสุขภาพโดยเฉพาะของผู้สูงอายุว่า หากมีการออกกำลังกายแล้วจะทำให้แข็งแร็ง สามารถสร้างภูมิคุ้มกันสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เป็นข้อมูลจากหน่วยสุขศึกษา ฝ่ายผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แนะนำการออกกำลังกายในผู้สูงอายุน่าสนใจ ไว้ดังนี้ ผู้สูงอายุคือ ผู้ที่มีอายุอยู่ระหว่าง 60 ปีขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้น สภาพร่างกาย จิตใจ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากวัยอื่น เนื่องจากมีความเสื่อมของการทำงานระบบต่างๆ ทั่วร่างกาย ผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งอาหารการกิน ความเป็นอยู่ การรักษาตัว การตรวจสุขภาพ การเอาใจใส่ของบุตรหลาน รวมทั้งการออกกำลังกายที่เหมาะสม

        สำหรับประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ 1. ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด หัวใจ ทำงานดีขึ้น และช่วยไม่ให้เป็นลมหน้ามืดง่าย 2. ทำให้การทรงตัวดีขึ้นและเดินได้คล่องแคล่ว ไม่หกล้ม 3. ช่วยป้องกันโรคกระดูกผุ ทำให้กระดูกแข็งแรงไม่หักง่าย 4. ลดความดันโลหิต ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เพิ่มไขมันชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 5. ลดหรือป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน 6. ควบคุมน้ำหนัก และผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และ 7. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด กระตุ้นให้อยากรับประทานอาหารและช่วยให้นอนหลับสบาย ซึ่งข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกาย ควรเริ่มต้นอย่างช้าๆ และให้หยุดทำทันที เมื่อรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ ควรออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ใส่เสื้อผ้ารัดกุม ระบายความร้อนได้ดี ไม่ควรออกกำลังกายหลังกินอาหาร เลือกการออกกำลังกายที่ชอบเพื่อง่ายต่อการทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ และควรออกกำลังกายเป็นกลุ่ม

        ทั้งนี้ การออกกำลังกายที่เหมาะสมของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเดินเร็ว การบริหาร การออกกำลังกายในน้ำ เช่น การเดิน และกายบริหารในน้ำ การรำมวยจีน การถีบจักรยานอยู่กับที่ ถ้ามีอาการผิดปกติต่อไปนี้เกิดขึ้นให้หยุดออกกำลังกาย และปรึกษาแพทย์ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ไม่สม่ำเสมอ เจ็บที่บริเวณหัวใจ ปวดแน่นบริเวณลิ้นปี่ หายใจไม่เต็มอิ่ม รู้สึกเหนื่อย วิงเวียนศีรษะ ควบคุมลำตัว หรือแขนขาไม่ได้ เหงื่อออกมาก ตัวเย็น รู้สึกหวั่นไหวอย่างทันทีโดยหาสาเหตุไม่ได้ มีอาการอ่อนแรง หรือเป็นอัมพาตบริเวณหน้าแขน ขา อย่างกะทันหัน มีอาการพูดไม่ชัด หรือพูดตะกุกตะกัก ตามัว หัวใจเต้นแรงแม้จะหยุดพักแล้วก็ตาม อาการเหล่านี้มักจะปรากฏขึ้นแล้วอาจจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้ จึงให้ลูกหลานเฝ้าระวังถ้าพบให้รีบพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบ.