หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

แพทย์แนะเฝ้าสังเกต โรคหลอดเลือดสมอง

Author by 25/05/15No Comments »

thainews180      จากสภาพแวดล้อม และสถานการณ์รอบตัวในปัจจุบัน ส่งผลให้คนเกิดความเครียด และถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อได้ง่าย ๆ แต่ที่ร้ายแรงเห็นจะเป็นการป่วยกะทันหันด้วยโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ซึ่งแพทย์ได้ออกมาเตือนให้เฝ้าระวังสังเกตอาการบ่อย ๆ ล่าสุด น.พ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า วันที่ 24 พฤษภาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันอัมพฤกษ์ อัมพาตโลก หรือวันหลอดเลือดสมอง เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหรือที่เรียกกันว่าโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งประเทศไทยพบโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจตามลำดับ

ที่น่าสังเกตยังพบว่าเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดของโรคทางระบบประสาท ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหรือความพิการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง พบได้ประมาณร้อยละ 80 และหลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด พบได้ประมาณร้อยละ 20หากประชาชนรู้จักดูแลตนเองและหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ จะสามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคดังกล่าวได้ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อายุที่มากขึ้นหลอดเลือดจะเสื่อมตามไปด้วยการสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม ภาวะน้ำหนักเกิน และพบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวสูงกว่าเพศหญิง

สำหรับอาการเตือนสำคัญที่สังเกต    ได้ด้วยตนเอง ตามหลักที่จำได้ง่ายคือF A S T โดย F=FACEชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า ตามัวมองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีกA =ARMอาการแขนขาอ่อนแรงข้างใด ข้างหนึ่งS=SPEECHปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดลำบาก พูดไม่ได้ และT=TIMEเวลาที่จะต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แพทย์แนะว่า อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว อาจมีอาการเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวรสิ่งที่สำคัญคือผู้ป่วยต้องสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากพบอาการข้างต้น ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดจะสามารถช่วยรักษาชีวิตและลดความพิการที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากเซลล์สมองขาดเลือดเพียง 1 นาที จะมีเซลล์สมองตายประมาณ 1 ล้านเซลล์ ถ้าได้รับการรักษาช้า อาจทำให้เกิดความพิการมากขึ้น ส่วนแนวทางลดความเสี่ยงโรคนี้ให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เลี่ยงอาหารรสเค็มจัด ไขมันสูง ควบคุมความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงดื่มอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพประจำปีด้วย.