หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

แพร่สนใจส่งข้อเสนอ เพื่อการปฏิรูปประเทศ

Author by 4/12/14No Comments »

thainews180      ขณะนี้หลายจังหวัดตื่นตัวในการจัดประชุมสัมมนา และนำเสนอความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย หลังจากที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.จังหวัด ได้มาประชุมกับผู้สมัคร สปช.จังหวัด และตัวแทนหน่วยงาน ภาคส่วนต่าง ๆ เช่นที่จังหวัดแพร่ เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนจากเทศบาลตำบลป่าแมต อ.เมืองแพร่ เข้ายื่นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปผ่าน สปช.จังหวัดแพร่ โดยนายยรรยงค์ สมจิตต์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประจำจังหวัดแพร่ เป็นตัวแทนรับหนังสือ ที่ศูนย์ประสานงาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ กกต. กลางมีมติให้สำนักงาน กกต.จังหวัด สนับสนุนการปฏิบัติงานของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. โดยสำนักงาน กกต.จังหวัด เป็นศูนย์ประสานงาน เพื่ออำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการรวบรวม การเสนอปัญหา ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนการปฏิบัติงานของ สปช. ประจำจังหวัด ในงานด้านธุรการ ด้านสถานที่ บุคลากรฯ กรณีจังหวัดแพร่ สำนักงาน กกต.แพร่ จัดสถานที่สำหรับเป็นศูนย์ประสานงานฯ ที่ผ่านมา ได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปจากองค์กรต่าง ๆ แล้วหลายหน่วยงาน เช่น สภาองค์กรชุมชนระดับตำบลจังหวัดแพร่ เทศบาลตำบลวังหงส์ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม นอกจากนั้น เป็นการเสนอรายบุคคล และยังมีการเสนอเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนประเด็นการปฏิรูปการเมืองทั้งหมด ที่จะรับฟังความคิดเห็นรวม 11 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน ด้านสังคม เช่น การเสริมสร้างมาตรฐาน คุณธรรม และจริยธรรมของผู้บริหารประเทศและประชาชน

นายยรรยงค์ สมจิตต์ ประธาน กกต.จึงเชิญชวนหน่วยงาน องค์กร หรือประชาชนทั่วไปนำเสนอแนวทางการปฏิรูป โดยส่งข้อมูลทางไปรษณีย์ไปยัง ศูนย์ประสานงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอการปฏิรูปของประเทศ สำนักงาน กกต.จังหวัดแพร่ ศาลากลางจังหวัดแพร่ ถ.ไชยบูรณ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ หรือยื่นด้วยตัวเอง ที่สำนักงาน กกต.แพร่ หรือส่ง email phrae@ect. go.th ซึ่งจะมีการออกรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ของประชาชน ในการปฏิรูปประเทศในระยะต่อไป ในรูปแบบของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ ทุกอำเภอในจังหวัด ส่วนวัน เวลา และสถานที่ จะมีการกำหนดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อเปิดเวทีกว้างทุกช่องทางเช่นนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชน และองค์กรต่าง ๆ จะได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปบ้านเมืองให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ต่อไป.