หน้าหลัก » บทบรรณาธิการ

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านขุนแปะต้นแบบ

Author by 4/03/16No Comments »

thainews180   ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ที่ทำให้น้ำมันดิบราคาตกต่ำสุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานหลายประการ รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้อาจจะต้องปรับปรุงค่า เอฟที.หรือต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าของ กฟผ. จากการเรียกร้องของสังคม อย่างไรก็ตามการผลิตกระแสไฟฟ้าปัจจุบันมีทางเลือก และทางรอดของชาติหลายทาง โดยเฉพาะการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งต่อไปน่าจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นกับสภาพที่เหมาะสม และเป็นการลงทุนต่ำ  ดังกรณีโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านขุนแปะ ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ซึ่งเร็วๆ นี้นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA นายกฤษณ์ ธนาวณิช รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายธีรพงษ์ บุรีรักษ์ ผอ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 (ภาคเหนือ) จ.เชียงใหม่ ได้ไปเยี่ยมชม

โครงการนี้ PEA สนับสนุนทุนวิจัยแก่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อศึกษาวิจัยตามโครงการ “การออกแบบและพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องกังหัน สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กของ กฟภ.” วงเงิน 12 ล้านบาท เพื่อสร้างและติดตั้งเครื่องกังหันพลังน้ำประสิทธิภาพสูงติดตั้งในพื้นที่บ้านขุนแปะ โดยใช้โรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นพื้นที่วิจัยรวมถึงปรับปรุงระบบผลิตไฟฟ้าและระบบควบคุมระยะไกลให้กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านขุนแปะ ให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าทำให้ใช้ปริมาณน้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ถึงครึ่งของปริมาณน้ำที่ใช้กับระบบเดิมเพิ่มคุณภาพกระแสไฟฟ้าในพื้นที่บ้านขุนแปะ

โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านขุนแปะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นแบบฝายน้ำล้น (Run Off River) โดยผันน้ำฝายเข้าถังพักน้ำและท่อส่งน้ำแรงดันก่อนเข้าอาคารโรงไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำซึ่งทำได้ทั้งแบบมีผู้ควบคุมและไร้ผู้ควบคุม โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าขนาด 90 กิโลวัตต์ การติดตั้งระบบควบคุมระยะไกลให้ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 1 (ภาคเหนือ) จ.เชียงใหม่ ที่อยู่ จ. ลำพูนตรวจสอบและควบคุมโรงไฟฟ้าบ้านขุนแปะได้โดยไม่ต้องส่งพนักงานมาดำเนินการในพื้นที่ กังหันน้ำแบบ Turgo Impulse มีประสิทธิภาพสูงผลิตโดยนักวิจัยไทยด้วยองค์ความรู้และเครื่องมือที่มีอยู่ภายในประเทศซึ่งที่ผ่านมาจะนำเข้าจากต่างประเทศ สามารถฉีดน้ำแรงดันสูงจากท่อส่งน้ำเข้าสู่ด้านท้ายของกังหันอย่างรวดเร็ว ถ่ายทอดพลังงานในรูปแบบการหมุนของเพลาที่ติดตั้งเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่าย จึงมีกำลังผลิต 384 เมกกะวัตต์ต่อปี จึงนับเป็นต้นแบบหนึ่งของการใช้พลังงานทางเลือกหรือจะเรียกว่าเป็นทางอยู่รอดของคนในชนบทห่างไกลก็ว่าได้.