หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

ข้อมูลอาเซียนก่อน-หลังเข้าสู่ประชาคม

Author by 17/08/14No Comments »

0             กระทรวงการต่างประเทศโดยกรมอาเซียน ได้จัดการเสวนาเรื่อง “วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของไทยสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 และภายหลังปี 2558″ ขึ้น เวทีนี้จัดเมื่อปลายเดือนที่แล้วมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร. สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง  ดร.เติมศักดิ์ เฉลิม พลานุภาพ คุณอภิชัย สัณห์จินดา และคุณกวี จงกิจถาวร มีผู้เข้าร่วมเวทีจากส่วนราชการ 100 คน

คอลัมน์ “สวัสดีอาเซียน”ครั้งนี้ ขอเอาข้อมูลของ ดร.สุทัศน์  เศรษฐ์บุญสร้าง มาขยายต่อ เพื่อท่านผู้อ่านจะได้รับรู้เหมือน ๆ กัน โดย ดร.สุทัศน์ได้กล่าวในเวทีว่า “เศรษฐกิจอาเซียนเพิ่ม 8 เท่าใน20ปี เฉลี่ย 9.2% ต่อปี (ประเทศไทยโต 6.9% ในช่วงนี้) อัตราการเติบโตนี้เกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีความร่วมมือด้านต่าง ๆ ในอาเซียน  ส่วนอีก 6 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ยปีละ 7% (ไทยจะโต 4.1%)  จะผ่านหลัก $3 ล้านล้านในปี 2560  ส่วนรายได้ต่อประชากรเพิ่มขึ้นทุกประเทศ  บางประเทศโตเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ทำให้การกระจายรายได้ ระหว่างประเทศแย่ลง คาดว่าจะแย่ลงต่อไปอีก  สำหรับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหลัง   2558  ดร.สุทัศน์ ท่านบอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจใน 10 ปีข้างหน้า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย ใน 10 ปีข้างหน้าคนรายได้ปานกลางกว่า 50% จะอยู่ในเอเชีย ประชากรในเอเชียส่วนใหญ่จะอยู่ในชุมชนเมือง ความเจริญจะกระจายตัวออกจากเมืองใหญ่ ความเปลี่ยนแปลงในตลาดสินค้าและบริการ วิทยาการด้านการสื่อสารจะ กำหนดพฤติกรรมผู้บริโภค การจัดจำหน่าย การผลิต และการบริหารธุรกิจข้ามพรมแดน หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้มีอายุ หรือ Aging Society ส่วนทิศทางการค้าในอนาคต การขยายตัวทางการค้าระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือกับเอเชียใต้ ยุโรป ตะวันออกกลางและอัฟริกา  ดร.สุทัศน์ ได้นำข้อเสนอสำหรับอาเซียน 2563   เกี่ยวกับการขยายกรอบการเจรจา RCEP ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยว การแพทย์ การค้าปลีกและค้าส่ง เจรจาเรื่องการเปิดเสรีด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหารทั้งในอาเซียนและใน RCEP  ส่งเสริมและพัฒนากฎระเบียบเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรวมทั้งการสื่อสาร การขนส่ง และพลังงาน ให้สิทธิพิเศษแก่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อยในด้านการลงทุน

ดร.สุทัศน์ สรุปว่า AEC 2558 มี ความสำเร็จอยู่หลายด้าน แต่ละด้านใช้เวลาในการสร้าง  หลายด้านอาจจะไม่ได้เป็นไปตามเป้า แต่พื้นฐานที่สร้างไว้สามารถพัฒนาต่อไปได้   ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สถาบันอาเซียนมีหน้าที่สำคัญในการดูแลการปฎิสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพื่อการสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในภูมิภาคนี้ทุกคน ภาคเอกชนจะต้องมีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของอาเซียนในอนาคต อาเซียนจะเข้มแข็งได้ต้องมีสานักงานเลขาธิการที่เหมาะสมด้วย เอกชนจะต้องมีส่วนในการสนับสนุนงานของสานักงานฯ.