หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

คุยกับ พงศ์ สุภาวสิทธิ์ ประจำวันที่ 5 ก.ค. 2557

thainews180การคืนอำนาจให้ประชาชนคือปัญหาใหญ่

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา ได้เพียงเดือนเศษ ได้สร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองแบบเหลือเชื่อ พวกที่คัดค้านการรัฐประหารต่างเงียบ ไม่ออกมาเอะอะโวยวาย ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ต่างพอใจการทำงานของคสช. และมีความสุขที่บ้านเมืองไม่วุ่นวาย

ในหลายเรื่องที่ คสช.เข้าไปจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินค่ารับจำนำข้าวให้แก่ชาวนา การปราบปราบก๊ก แก๊ง ค้าอาวุธสงคราม ปืนเถื่อน การปราบปรามยาเสพติด แก๊งล่าเงินนอกระบบ   กลุ่มผลประโยชน์วิน มอเตอร์ไซค์รับจ้าง วินแท๊กซี่อิทธิพล หวยเถื่อน พวกตัดไม้ทำลายป่า และการกำกับการปฏิบัติงานของหน่วยราชการอื่นๆ ให้ขมักขเม้นยิ่งขึ้น

ข้าราชการระดับสูงที่เห็นว่ามีปัญหาในการปฏิบัติงานแล้วจะไม่เกิดความปรองดอง คสช.ก็สั่งย้ายเช่น เมื่อวันที่27 มิถุนายน 2557  คสช.ได้ออกคำสั่ง ที่ 77/2557และที่ 79/2557 เรื่องการกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนี้

1.ธาริต เพ็งดิษฐ์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกฯ

2.พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม

3.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง พ้นจากตำแหน่งอัยการสูงสุด และให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นพิเศษเฉพาะราย

4.พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม

5.นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์

6.นายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

7.นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี

8.นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

9.นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

และในขณะเดียวกัน คสช.ก็คัดสรรข้าราชการที่เห็นว่ามีความรู้ความสามารถที่จะสนองนโยบายของคสช.ได้ ให้ไปดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ เช่น

1.นายตระกูล วินิจฉัยภาค พ้นจากตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ดำรงตำแหน่ง อัยการสูงสุด

2.หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

3.พล.ต.อ.ชัชชาลย์ สุขสมจิตร์ พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

4.นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงานพัฒนาระบบข้าราชการ(กพร.) ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน

5.นายสมชัย สัจจพงษ์ พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร แทนนายราฆพ ศรีศุภอรรถ

ประกาศฉบับที่ 79/2557

6.นายอภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

7.นายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการ สำนักงานพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.)ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน

8.นายกำจร ตติยะกวี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

9.นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

จะสังเกตเห็นว่า คสช.ใช้อำนาจแบบ อลุ้มอล่วย ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทำลายล้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คงเป็นเพราะต้องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ อันเป็นนโยบายสำคัญของคสช.เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินของโครงการคืนความสุขให้คนไทย

ปัญหาใหญ่รออยู่ ซึ่งคสช.จะต้องสะสางให้ได้ ก็คือ การคืนอำนาจการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้แก่ประชาชน ตามที่ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายกดดันอยู่  หากจะให้มีการเลือกตั้งเหมือนที่ผ่านมาทุกครั้ง ก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีกทุกครั้ง เพราะการเลือกตั้งเริ่มจากการทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพื่อเข้าสูงอำนาจการบริหารประเทศ บริหารงบ ประมาณแผ่นดิน หากผู้บริหารไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่แก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง ก็จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอีก

การเลือกตั้งไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะตำแหน่งทางการเมืองระดับประเทศ แม้ระดับท้องถิ่นก็มีลักษณะเดียวกัน ความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินที่เกิดจากการทุจริตในวงการเมืองทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ไม่สามารถนำเอาระบบธรรมาภิบาลแก้ไขได้ ไม่สามารถนำเอาการจัดการอบรมสัมนาแก้ปัญหาได้ เพราะมันเป็นวงจรอุบาทว์ เมื่อใช้เงินซื้อเสียงแล้ว ก็ต้องเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในงบประมาณเพื่อถอนทุนคืนไม่พอ ต้องหาเผื่อไว้ใชจ่ายการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย

คสช.ยุติยับยั้งการเลือกตั้งที่ทุจริตสักระยะหนึ่ง คิดค้นหาวิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ เพราะมันเริ่มตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็มีปัญหาไม่ได้รับความเชื่อถือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็มีปัญหา ประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็มีปัญหา จำเป็นต้องตั้งกติกาใหม่ ตั้งแต่การคัดสรรกรรมการเลือกตั้ง การคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเตรียมความพร้อม ความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อเตรียมองค์ประกอบทั้งสามกลุ่มครบแล้ว จึงจะจัดให้มีการเลือกตั้งทุก ระดับ น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ลองดูสักตั้งก็น่าจะดี.