หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

คุยกับ พงศ์ สุภาวสิทธิ์ ประจำวันที่ 12 ก.ค. 2557

thainews180ความก้าวหน้าของปุ๋ยอินทรีย์ไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีตอนบ่ายโมง มีนัดหารือกับรองศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช ที่คณะผลิต กรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้เกี่ยวกับความก้าวหน้าในการค้นคว้า วิจัย ทดลอง และงานต้นแบบของการผลิตปุ๋ยชีวภาพ ที่มีคุณภาพไม่ด้อยกว่าปุ๋ยเคมี อันจะเป็นผลงานยอดเยี่ยมอีกอันหนึ่งของมหาวิทลัยแม่โจ้ ในด้านความก้าวหน้าทางวิชาการการเกษตรไทย

ผมกำลังจะบอกว่า เรื่องที่ผมตั้งใจจะไปพูดคุยนั้น ก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้องค์ความรู้ที่อาจารย์ได้ทุ่มเท ค้นคว้า ทดลอง วิจัยจนประสบผลสำเร็จ นำไปเผยแพร่ให้ชาวไร่ชาวนาและผู้ประกอบอาชีพทางการเกษตร ได้รับความรู้ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในงานเกษตรของตน ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนในการผลิต ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ตั้งแต่ผมจำความได้ ชาวไร่ชาวนายากจนค่นแค้น เมื่อ 50 -60ปี อย่างไร ถึงปัจจุบัน ฐานะของชาวไร่ชาวนาก็ยังยากจนอยู่อย่างเดิม เมื่อเทียบกับอาชีพอื่นที่ก้าวหน้า มีฐานะมั่นคงกว่ากันมาก แม้จะมีชาวไร่ชาวนาบางครอบครัวมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็ไม่ใช่มาจากอาชีพการเกษตร แต่ได้รับอนิสงฆ์จากลูกหลานที่ตนเองส่งเสียเล่าเรียน ได้ออกทำงานอาชีพอื่นในต่างถิ่น มีรายได้ส่งกลับมาจุนเจือ สร้างฐานะให้พ่อแม่ให้สุขสบายขึ้นต่างหากอาจจะมีชาวไร่ชาวนาที่จะอาศัยอาชีพเกษตรของตนให้มีฐานะมั่นคง แต่ก็เป็นจำนวนน้อย

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสัญญลักษณ์ ของคลังความรู้ทางการเกษตร ศิษย์เก่าของแม่โจ้มากมายที่ประสบความสำเร็จในการทำงานด้านการเกษตร แต่นั่นก็เป็นเพียงจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร เราจะเห็นได้จากความแตกต่างกันในด้านการทำงานได้อย่างชัดเจน  ระหว่างคนที่มีความรู้ทางการเกษตรและคนที่ไม่มีความรู้ จึงเป็นทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่า ทำอย่างไรให้ชาวไร่ชาวนาที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนในมหา วิทยาลัย ได้รับความรู้จากมหาวิทยาลัยบ้าง ซึ่งในความเป็นจริง มันเป็นไปไม่ได้ เพราะการเข้าศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยมีข้อจำกัดในเรื่องระเบียบ หลักสูตร เช่น ผู้จะเข้าเรียนได้ต้องผ่านการศึกษาระดับมัธยมตอนปลาย แล้วก็จะต้องสอบเอ็นทรานซ์ให้ได้ก่อนจึงจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้

แต่มหาวิทยาลัยก็จะทำโครงการอบรมความรู้ให้แก่เกษตรกรบ่อย ๆ แต่ก็ทำได้เพียงระดับหนึ่ง ไม่ได้ครอบคลุมจำนวนชาวไร่ชาวนาทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดหาวิธีการเผยแพร่องค์ความรู้เฉพาะเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่ชาวไร่ชาวนา  โดยจับเอาเรื่องปุ๋ยชีวภาพที่มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำของอาจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช เป็นตัวตั้ง ว่าจะหาวิธีการอย่างไรให้ชาวไร่ชาวนาได้ใช้ปุ๋ยสูตรของ ดร.อานัฐ อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องลำบากไปทำการหมักปุ๋ยด้วยตนเองเพราะจะได้คุณภาพไม่ดี ผมเคยไปให้ความรู้เกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักแก่เกษตรกรหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ผลที่ได้รับก็คือ เกษตรกร ที่สมัครใจทำการหมักปุ๋ยเองมีเพียงจำนวนน้อย ส่วนใหญ่เคยชินกับการไปซื้อปุ๋ยเคมี จากร้านค้ามากว่า อ้างว่าถึงจะแพง แต่ก็ได้รับผลรวดเร็วทันใจ และทำต่อเนื่องมาหลายปี จึงไม่อยากเปลี่ยน และถึงแม้จะต้องใช้ปุ๋ยเคมีโดยเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปี ก็ไม่ได้นำมาคำนึงถึงต้นทุนที่สูงขึ้น อันนี้แหละที่เป็นสาเหตุเบื้องต้นว่า เกษตรกรทำถึงมีรายได้น้อย

แน่นอน เมื่อต้นทุนการผลิตสูง คุณภาพ ผลผลิตไม่ดี ได้ปริมาณน้อย เมื่อนำไปขายก็ย่อมถูกกดราคาและได้ปริมาณน้อย รายได้ก็ต้องน้อยตามไปด้วย ตรงกันข้าม หากใช้ปุ๋ยดีราคาต่ำ ต้นทุนผลิตต่ำ ได้คุณภาพดี ได้ปริมาณผลผลิตจำนวนมาก เมื่อนำไปขาย ก็ ย่อมได้ราคาสูง และมีรายได้มากเพิ่มขึ้น นี่คือหัวใจหลักของการทำอาชีพการเกษตร ส่วนการเลือกชนิดของพืชในการเพาะปลูกตามความต้องการของตลาดก็มีความสำคัญ  การให้ความรู้ในการติดตามผลการวิจัยความต้องการตลาดชนิดของผลผลิตจึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน

เหตุที่ผมสนใจที่จะไปเสวนากับอาจารย์ดร.อานัฐ ตันโช ก็เพราะผมเฝ้าติดตามดูผลงานของท่านมาหลายปี และมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมด้วยกันใน การประชุมคณะกรรม การพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้จากภาคเอกชน อาจารย์มีความคิดก้าวหน้า และมีผลงานที่ออกมาล้วนแต่เป็นรูปธรรมและมีคุณภาพ  มีผลงานวิจัย เช่น

: ต้นแบบการผลิตโปรตีนเลี้ยงสัตว์ในระบบเกษตรอินทรีย์จาก BSF ที่ได้จากขยะอินทรีย์และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร,

: ศักยภาพของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินท้องถิ่นไทย ที่ผลิตจากขยะอินทรีย์ต่อระบบการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

: การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินด้วยสายพันธุ์ท้องถิ่นไทย

: กิจกรรมของจุลินทรีย์ดินและชนิดอินทรียวัตถุที่เกิดขึ้นจากไส้เดือนดินและปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

: การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัสดุอินทรีย์จากชุมชนสำหรับส่งเสริมเกษตรกรอินทรีย์ในพื้นที่สูงของมูลนิธิโครงการหลวง

: ศักยภาพของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินท้องถิ่นไทย ที่ผลิตจากขยะอินทรีย์ต่อระบบการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

: ศึกษาแนวทางการผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินด้วยสายพันธุ์ท้องถิ่นไทย

: การศึกษากิจกรรมของจุลินทรีย์ดินและชนิดอินทรียวัตถุที่เกิดขึ้นจากไส้เดือนดินและปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

: โครงการต้นแบบการปลูกพืชอินทรีย์ในพื้นที่ขาดความอุดมสมบูรณ์

: ศักยภาพของแบคทีเรียในลำไส้ไส้เดือนดินท้องถิ่นไทยต่อการเกษตร

: โครงการต้นแบบการปลูกพืชอินทรีย์ในพื้นที่ขาดความอุดมสมบูรณ์

: ต้นแบบการกำจัดขยะอินทรีย์ภายใน 24 ชั่วโมง

: ต้นแบบการปลูกพืชอินทรีย์ในระบบเคลื่อนย้ายได้

: การผลิตและทดสอบธาตุอาหารรองอินทรีย์และจุลธาตุอินทรีย์เชิงเดี่ยวที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อการผลิตพืชอินทรีย์ในพื้นที่โครงการหลวง

: การศึกษาการจัดการธาตุอาหารพืชในระบบการปลูกผักไร้ดินสำหรับ ปวยเหล็ง มะเขือเทศ พริกหวานและแตงเมลอน

และล่าสุด อาจารย์กำลังวิจัยเกี่ยวกับ น้ำฉี่ของคน ที่จะนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการเกษตร ซึ่งคาดว่า น้ำฉี่คนที่ทิ้งไปเฉยๆจำนวนมหาศาล จะนำกลับมาใช้เป็นประโยชน์ทางการเกษตรได้มหาศาลเช่นกัน

ขอแนะนำประวัติด้านการศึกษาของ อาจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช  สำเร็จปริญญาเอก DOCTOR OF PHILOSOPHY(Ph.D.)  จากKatholiekeUniversiteit Leuven ปริญญาโท  วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(วท.ม.)  จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต(วท.บ.)  จากมหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่นเดียวกัน.