หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

ตรอนอุตรดิตถ์มุ่งสู่ ตำบลผักปลอดสารพิษ

Author by 17/02/17No Comments »

      IMG_8471 copy          ปัญหาสุขภาพของประชาชน จากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ เป็นเรื่องจำเป็นต้องใส่ใจ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเริ่มที่การเปลี่ยนแปลงในระบบการผลิตพืชอาหารที่ลดการใช้สารเคมีลงให้มากที่สุด พร้อมกับสร้างความตระหนักแก่เกษตรกร จนถึงประชาชนผู้บริโภคให้เดินหน้าไปพร้อมกัน  

จากการส่งเสริมปลูกพืชอาหารปลอดภัยในแต่ละจังหวัดในภาคเหนือตอนบน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เช่นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นต้นแบบทั้งด้านการผลิต และการตลาด นับวันเปิดกว้างออกไปทุกขณะ ส่วนภาคเหนือตอนล่าง น่าดีใจที่ จ.อุตรดิตถ์ เริ่มดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะที่อำเภอตรอน เพราะจากข้อมูลสุขภาพปี 2558 พื้นที่อำเภอตรอน โดยโรงพยาบาลตรอน มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 22 ราย โดย  17 รายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือชาวบ้านจากตำบลบ้านแก่งกับตำบลวังแดง ซึ่งมีการทำนาเป็นหลัก  เมื่อหาต้นตอของการเกิดโรคมะเร็งปอดของผู้เสียชีวิต พบว่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากการสูบบุหรี่ ขณะเดียวกันผู้เสียชีวิตทั้งหมด คือ เกษตรกร ข้อมูลดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาลตรอนค้นหาสาเหตุ ได้พบข้อสันนิษฐานหนึ่ง ว่าพื้นที่ตำบลบ้านแก่ง อ.ตรอน เป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญของ จ.อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะข้าว หอม กระเทียม และพืชผัก  การเพาะปลูกส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาสารเคมี ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เป็นจำนวนมาก และนี่อาจส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้าน

จากปัญหาดังกล่าว ทางโรงพยาบาลตรอนจึงได้นำข้อมูลส่งให้ชุมชน ทำให้ทุกคนในพื้นที่รู้สึกว่า จะนิ่งเฉยเหมือนแต่ก่อนไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นผู้นำชุมชนและชาวบ้านจึงคิดหาทางออกในการลดการใช้สารเคมี และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร่างกาย  เริ่มจากชุมชน 3 หมู่บ้านในตำบลบ้านแก่ง คือ หมู่ที่ 4 บ้านหมู่ห้าสามัคคี หมู่ 6 บ้านพงสะตือ และหมู่ที่ 8 บ้านหนองบัวแดง เข้าร่วมโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเริ่มจากการส่งเสริมชาวบ้านปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานในครัวเรือน เพื่อมุ่งหวังให้ทุกคนมีสุขภาพดีและสร้างชุมชนให้น่าอยู่

นายกรณ์ภัสสรณ์นาคคชสีห์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 กล่าวว่า หลังหมดฤดูกาลทำนาชาวบ้านนิยมปลูกผักตามฤดูกาลไว้ตามหัวไร่ปลายนา และในรั้วบ้าน เช่น คะน้า พริก กะเพราพริก ข้าวโพด มะเขือ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่ามีการใช้สารเคมีด้วยเช่นกัน จนวันหนึ่งได้ทราบข้อมูล จึงคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะลดการใช้สารมีลงให้เหลือน้อยที่สุด หรือให้เป็นศูนย์เลยยิ่งดี เมื่อได้เห็นโครงการของ สสส. จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ เพราะมุ่งหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น และจุดประกายให้ชาวบ้านหันมาตระหนักและใส่ใจในการลดใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรมอย่างจริงจัง

การเข้าร่วมโครงการของทั้ง   3 หมู่บ้าน ได้ดำเนินการตามรูปแบบที่ สสส. กำหนด คือเริ่มจัดตั้งสภาผู้นำชุมชนของตัวเองขึ้นมาขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งแต่เดิมโครงการสร้างสภาผู้นำจะเป็นไปในลักษณะผู้นำทางตำแหน่งราชการ เมื่อรับเรื่องจากส่วนกลางหรือทางจังหวัดก็นำสารบอกต่อกับลูกบ้าน ไม่มีการประชุมหรือระดมความเห็น ลูกบ้านก็แทบจะไม่ได้ออกปากออกเสียงแสดงความคิดเห็น ชุมชนจึงรื้อใหม่หมด มาสร้างสภาผู้นำขึ้น มีตัวแทนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ หัวหน้าคุ้ม ชาวบ้าน กลุ่มเครือข่าย กลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวน 50 คนร่วมเป็นคณะทำงานในสภาผู้นำชุมชน เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน มีโครงสร้างการบริหารชัดเจน เป็นรูปธรรม มีคณะกรรมการทำงานชัดเจน แบ่งหน้าที่กันทำงาน ทำให้การขับเคลื่อนงานในชุมชนมีความคล่องตัวและสะดวกมากขึ้น

ส่วนนายสมรส มั่นกำเนิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้งานง่ายขึ้น คือการนำข้อมูลของชุมชนมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เมื่อเข้าร่วมโครงการก็ชวนชาวบ้านปลูกผักปลอดสารพิษ ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านดีมาก อย่างหมู่บ้านพงสะตือที่ตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน จากเดิมตั้งเป้าว่าจะต้องมีคนเข้าร่วม 120 ครัวเรือนจากทั้งหมด 191 ครัวเรือน แต่สุดท้ายมีถึง 184 ครัวเรือนที่หันมาปลูกผักปลอดสารไว้กินเอง เดิมชาวบ้านเน้นหนักทำนา ไม่ค่อยได้สนใจจะปลูกผักไว้กินวันนี้คนที่ทำนาก็จะต้องมีแปลงผักของตัวเอง ซึ่งชุมชนตกลงร่วมกันว่าแต่ละบ้านต้องมีแปลงผักอย่างน้อยหนึ่งแปลงและต้องปลูกอย่าต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ผลดำเนินโครงการ 1 ปีที่ผ่านมา พบเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ชาวบ้านมีความสามัคคีกันมากขึ้น มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นในชุมชน  เช่นที่บ้านชำทอง หมู่ 8 ชาวบ้านได้รับความอนุเคราะห์จากวัดให้พื้นที่ 13 ไร่ เพื่อส่งเสริมปลูกผัก มีสระน้ำไว้ให้พร้อม  ทุกคนจะแบ่งปันพื้นที่ปลูกพอประมาณ ไม่มากและไม่น้อยพอปลูกเพื่อเก็บกินในครัวเรือนหรือนำไปขายได้บ้าง โดยโรงพยาบาลตรอน และ ธกส. สาขาตรอน สนับสนุนเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในหน่วยงานได้ด้วย นับเป็นต้นแบบของชุมชน/ตำบลผักปลอดสารพิษได้อย่างดี.