หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

ประเพณีสรงน้ำพระพุทธไสยาสน์ วัดพระนอนหนองผึ้ง(พระป้านปิง)

Author by 25/04/15No Comments »

      พระนอนหนองผึ้ง อ.สารภี (ใหม่ล่าสุด)    หลังจากที่ พระครูพุทธไสยาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระนอนหนองผึ้ง .หนองผึ้ง .สารภี .เชียงใหม่ ร่วมกับนายทนงศักดิ์ กัลยา ไวยาวัจรกร และคณะศรัทธาได้เดินทางไปรับเข็มเชิดชูเกียรติเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่เปิดพิพิธภัณฑ์ชัยศีลพุทธภิรักษ์ เพื่อการอนุรักษ์มรดก ศิลปะโบราณวัตถุ วัฒนธรรม ประเพณีของลานนา ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2557 มาแล้ว

พิพิธภัณฑ์ชัยศีลพุทธภิรักษ์ ก็ได้รับความสนใจเป็นลำดับมา เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดที่มีการผสมผสานชื่อของหลวงพ่อพระครูชัยศีลวิมล อดีตเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะอำเภอสารภีกับชื่อของพระครูพุทธไสยาภิรักษ์ เจ้าอาวาสปัจจุบันมาก่อตั้ง โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากรขณะนั้น มาป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ชัยศีลพุทธภิรักษ์ เพื่อเป็นสถานที่จัดเก็บงานศิลปวัฒนธรรม เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปะลานนา โบราณวัตถุล้ำค่าในสมัยลานนา ให้อนุชนคนรุ่นปัจจุบัน และต่อไปได้ศึกษา

แต่ที่วัดพระนอนหนองผึ้ง ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนชาวภาคเหนือมานานหลายร้อยปี โดยเฉพาะพระนอนหนองผึ้ง หรือพระพุทธไสยาสน์ป้านปิง (ตั้งอยู่ในเส้นทางแม่น้ำปิงในอดีต ปัจจุบันเรียกว่าปิงห่าง) น้ำปิงไหลเข้าท่วมเวียงกุมกาม และผ่านวัดพระนอนหนองผึ้งในสมัยนั้น ต่อมาเปลี่ยนทิศทางดังที่เห็นในปัจจุบัน กับพระเจ้าทันใจ ซึ่งสร้างคู่กับพระนอน รวมทั้งกุมภัณฑ์สองตนที่เฝ้าพระนอนอยู่

ไปวัดพระนอนหนองผึ้ง ต้องได้สักการพระนอนองค์ใหญ่ และพระเจ้าทันใจ จึงจะเกิดสิริมงคลได้รับพรอย่างเต็มเปี่ยม ใต้ฐานพระนอนมีคำจารึกว่า ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าลัวะ ต่อมาประมาณปี พ.ศ.1200 พระมหาเถระเจ้าจำนวน 5 รูป ซึ่งติดตามพระนางจามเทวี มาครองนครหริภุญชัย ตามคำเชิญของพระสุเทวฤาษี ได้จาริกและเทศนาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ พวกลัวะเกิดความเลื่อมใสศรัทธาปสาทะ จึงนำเอารังผึ้งจากต้นมะขามริมสระน้ำใกล้หมู่บ้านมาถวาย พร้อมทั้งสร้างอารามให้อยู่จำพรรษา และนำพระบรมสารีริกธาตุใส่กระบอกไม้รวก หรือไม้ไผ่บรรจุผอบทองคำบรรจุในหลุมลึก 22 ศอก ขนานนามว่า “วัดหนองผึ้ง” แต่นั้นมา…

วัดพระนอนหนองผึ้ง ถือเป็นวัดโบราณคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้เป็นศาสนสถานศูนย์กลางของประชาชนในชุมชน/หมู่บ้าน เป็นที่ตั้งโรงเรียนสอนเยาวชน และเป็นที่รวมทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีมาตลอด เมื่อวัดเปิดพิพิธภัณฑ์ขึ้น จึงได้รับการชื่นชมยินดีจากนักวิชาการกรมศิลปากรว่า เกิดจากความสำเร็จในการร่วมมือกันทำงานอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ระหว่างภาคท้องถิ่น ซึ่งพระครูพุทธไสยาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระนอนหนองผึ้ง เป็นผู้นำ มีชมรมศิลปวัฒนธรรมล้านนาวัดพระนอนหนองผึ้ง และชาวบ้านหนองผึ้ง กับภาคราชการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ กรมศิลปากร และสถานศึกษา คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมสนับสนุน ทำให้เกิดโครงการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนขึ้น

พิพิธภัณฑ์เป็นอาคารเอกเทศชั้นเดียว เนื้อที่จัดแสดงประมาณ 120 ตารางเมตร ภายในมีตู้เก่าโบราณจัดแสดงวัตถุ 5 ตู้ จัดแสดงเศษชิ้นส่วนพระพิมพ์ดินเผาที่ได้จากเวียงกุมกาม ภายนอกอาคารเป็นศาลาโถง จัดวางของชิ้นใหญ่ ๆ เช่น รูปจำลองเจดีย์ทำด้วยหินทราย เศียรพระพุทธรูป ฐานพระพุทธรูปชิ้นส่วนองค์พระพุทธรูป หินทราย ส่วนหน้าตักมาตรหิน ครกหิน ไหหิน จำพวกไม้แกะสลัก สัตตภัณฑ์รูปพญานาค ไม้แกะสลักประดับประดากระจกจีน นอกจากนั้นยังมีเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ขันโตกไม้ แผ่นทองจังโก เป็นต้น โดยโบราณวัตถุส่วนใหญ่นั้นได้มาจากเวียงกุมกาม เนื่องจากบ้านหนองผึ้งอยู่ติดกับเวียงกุมกาม อดีตเจ้าอาวาสได้รับจากชาวบ้านมาตั้งแต่ 60 ปีก่อนเก็บรักษาไว้อย่างดี

ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 พระครูพุทธไสยาภิรักษ์ เจ้าอาวาสพร้อมคณะสงฆ์ คณะศรัทธาประชาชน กำหนดงานประเพณีสรงน้ำพระนอนพุทธไสยาสน์ (พระพุทธป้านปิง) เนื่องจากวัดพระนอนหนองผึ้งเป็นวันเก่าแก่โบราณกาล มีปูชนียสถานเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนมายาวนาน คือองค์พระนอน ที่มีความสวยงามมากที่สุดของภาคเหนือ และมีองค์พระเจ้าทันใจ (ปางมารวิชัย) ที่สร้างคู่กับพระนอน ซึ่งพอถึงเดือน 8 เป็งเหนือ (ขึ้น 15 ค่ำ) ก็ได้ทำบุญสรงน้ำพระนอน องค์พระเจดีย์ และพระเจ้าทันใจเช่นนี้ต่อเนื่อง   มานาน

          กำหนดการวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 เวลา 06.00 . พระภิกษุสามเณร ออกรับบิณฑบาต เวลา 09.29 . เริ่มประกอบพิธี พระสงฆ์จำนวน 99 รูป เจริญพระพุทธมนต์สืบชาตาหลวง เวลา 11.30 .ถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ และเปิดโรงทาน เวลา 19.00 .พิธีเวียนเทียนรอบพระวิหารพระนอน-รอบพระเจดีย์ และรอบซุ้มพระเจ้าทันใจ เวลา 20.00 .ฟังการสวดเบิก เป็นเสร็จพิธี.

บุณย์ มหาฤทธิ์ /รายงาน