หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

ภัยพิบัติย่านอาเซียนเกิดได้ทุกกาลเวลา

Author by 15/06/14No Comments »

0          เมื่อคราวก่อน ผู้เขียนได้เขียนถึงกลุ่มอาเซียนร่วมมือกันในการจัดการปัญหาภัยพิบัติไปแล้ว คราวนี้ยังมีข้อมูลที่นำมาเสนอต่ออีกเพื่อพวกเราจะได้ไม่ประมาท  เพราะภาวะอุทกภัย  ลมมรสุม พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด  ดินโคลนถล่ม    สีนามิ ไฟป่า  ที่เป็นภัยพิบัติซึ่งเกิดขึ้นเกิดเป็นประจำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือพื้นที่อาเซียน และภัยใดที่เกิดขึ้น ก็มักจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศที่ประสบภัยพิบัตินั้น  อาเซียนจึงได้มีการลงนามในปฏิญญาอาเซียนและจัดตั้งคณะกรรมการจัดการพิบัติภัยอาเซียนขึ้น เมื่อต้นปี .. 2546  มีหน้าที่รับผิดชอบประสานจัดการทุกอย่างรวมถึงเรื่องการช่วยเหลือและฟื้นฟูเหตุวินาศภัย ต่างๆที่เกิดขึ้น

            สำหรับภัยพิบัติที่บ้านเรามักเจอประจำ  คืออุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วม สาเหตุมาจากสภาพท้องที่และความวิปริตผันแปรของธรรมชาติทำให้เกิดฝนตกหนักและตกเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้น้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็วและฉับพลัน อาจมีดินโคลนถล่มและมีท่อนซุงไหลมากับสายน้ำ สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร บางพื้นที่ทำให้บ้านเรือนเสียหายอาจมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตหรือสูญหายด้วย  เมื่อน้ำท่วมสูงกระแสไฟฟ้าอาจเกิดไฟรั่วไฟดูดหรือมีไฟดับเป็นเวลานาน ภัยต่อไปคือภัยที่โยงมาจากภัยแรกคือดินโคลนถล่มซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เชิงเขาเกิดขึ้นได้จากฝนตกหนักและนาน ดินบริเวณบนเขาชุ่มน้ำ  รวมทั้งพื้นที่ต้นไม้ถูกตัดไม่มีรากของต้นไม้ยึดดินทำให้เกิดดินโคลนถล่ม

ส่วนภัยต่อไปก็คือภัยแล้ง  เกิดขึ้นจากความแห้งแล้งของลมฟ้าอากาศอันเกิดจากการที่มีฝนน้อยกว่าปกติหรือฝนไม่ตกตามฤดูกาลเป็นระยะเวลานาน ส่งผลทำให้ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ พืชพันธุ์ต่าง ๆ ขาดน้ำ    เกิดความเสียหายและความอดอยากทั่วไป   สำหรับภัยต่อไปคือไฟป่าที่เผาไหม้ป่าไม้ลุกลามไปทั่ว บางที่ลามไปไหม้บ้านเรือน   เกิดควันไฟปกคลุมไปทั่ว ส่งผลกระทบต่ออากาศหายใจของประชาชนและสัตว์

ภัยต่อมาคือภัยจากลมพายุที่เกิดจากสภาพอากาศที่ถูกรบกวนแบบใด ๆ ก็ตามโดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก      และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง ความรุนแรงที่ศูนย์กลางซึ่งอาจสูงถึง 400 กม./ชม. ความเร็วและทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุและขนาดความกว้าง หรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าคลอบคลุมเท่าใดและมักจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีผลกระทบ ทำให้เกิดลมแรงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน  ทะเลมีคลื่นสูงและน้ำท่วมชายฝั่ง นอกจากนี้ยังมีการบันทึกเรื่อง  ปรากฎการณ์ศูนย์กลางพายุ คือเมื่อลมสงบฉับพลัน   บ้านเรือนที่อยู่จุดศูนย์กลางของพายุนั้น จะถูกพายุพัดถล่มอีกครั้งระยะเวลาไม่ห่างกัน

ภัยอันดับต่อมาคือแผ่นดินไหว เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกเกิดการเคลื่อนตัวของชั้นหินขนาดใหญ่เลื่อน เคลื่อนที่หรือแตกหัก และเกิดการโอนถ่ายพลังงานศักย์ผ่านในชั้นหินที่อยู่ติดกัน  พลังงานศักย์อยู่ในรูปคลื่นไหวสะเทือน ส่วนจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวมักเกิดตามรอยเลื่อน อยู่ในระดับความลึกต่าง ๆ ของผิวโลกและที่ผ่านมาบริเวณ อ.แม่ลาว อ.พาน จ.เชียงรายเป็นรอยเลื่อนพะเยา

อีกภัยหนึ่ง  ที่ขอนำมาแชร์เป็นข้อมูลคือภัยจากสึนามิ ชื่อมาจากภาษาญี่ปุ่น หากอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษจะเป็นคำว่าไทดัลเวฟ(tidal wave) โดยสึนามิเกิดในทะเล มหาสมุทร เป็นกลุ่มของคลื่นขนาดใหญ่และเคลื่อนที่เข้าสู่ชายฝั่ง อาจเกิดขึ้นได้จากการเกิดแผ่นดินไหว ในทะเลและการชนของอุกาบาต สึนามิเกิดจากการแทนที่ของน้ำอย่างรุนแรงทำให้มวลของน้ำเกิดการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง  และประเทศไทยของเราเจอมาแล้วเมื่อช่วงวันที่  26 – 27 ธ.ค.2547   ตึกรามบ้านช่องที่อยู่ใกล้ทะเลอันดามันโดนจะจะบางที่ราบเป็นหน้ากลอง นอกจากนี้หลายพื้นที่ในต่างประเทศใกล้ทะเลอันดามันก็โดนด้วย โดยคลื่นสึนามิเริ่มต้นขึ้นที่จุดกำเนิดของแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของหัวเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย แล้วเคลื่อนตัวแผ่ขยายไปทั่วทะเลอันดามัน จนถึงชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียและเกาะศรีลังกา บางส่วนของคลื่นยังเคลื่อนตัวไปถึงชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา  รวมประเทศที่ประสบภัยจากคลื่นสึนามิและมีผู้เสียชีวิตในครั้งนั้น 11 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย พม่า อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ โซมาเลีย แทนซาเนีย และเคนยา

สำหรับประเทศไทยของเราภัยพิบัติจากสึนามได้สร้างความตื่นตระหนกตกใจแก่ประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพราะมีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนเป็นจำนวนมากใน 6  จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล โดยเฉพาะที่พังงา กระบี่ และภูเก็ต มีการสูญเสียมากที่สุด สรุปมีผู้เสียชีวิตในประเทศไทยซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ 5,309 คน บาดเจ็บ 8,457 คน  กับมีคนสูญหายอีก 3,370 คน  สึนามิครั้งนั้นจึงเป็นภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว โดยไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อน จึงไม่ได้มีการระมัดระวังและไม่ได้ป้องกันไว้ล่วงหน้า.