หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

รอบปี 2557 “หยุดพักประเทศ” ปีหน้าคนไทยจะเดินไปทางใด?

Author by 31/12/14No Comments »

 รายงานพิเศษ 29 ธ.ค.13           ปฏิทินใบสุดท้ายปีเก่า 2557 กำลังถูกฉีกทิ้งไป พร้อมกาลเวลาที่ทุกคนไม่อาจหวนกลับคืนไปหาได้อีกแล้ว จึงแค่รำลึกจดจำไว้เป็นบทเรียนทั้งที่ดี และไม่ดี ทีมข่าวหน้า 3 ไทยนิวส์ ขอลำดับความสำคัญของเรื่องราว และเหตุการณ์บ้านเมืองมาสรุปไว้พอสังเขป รวมทั้งสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่เป็นพิเศษ ดังนี้

  คนไทยรักในหลวง

ปี 2557 นับเป็นปีมหามงคลของคนไทย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ประจำปี 2557 โดยมีพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จเนืองแน่น โดยในห้วงเดือนตุลาคมได้มีพิธีลงนามถวายพระพร เพื่อขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และสำหรับในเดือนธันวาคม รัฐบาล และพสกนิกรทุกภาคส่วนได้ร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราชอย่างยิ่งใหญ่เช่นเคย และต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง สีวันพระราชสมภพตลอดทั้งเดือนอีกด้วย

  ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลกะทันหัน

การชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินมาตั้งแต่ปลายปี 2556 ยืดมาจนถึงเกือบกลางปี 2557 ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลก็ออกมาต่อต้าน และมีเหตุปะทะกันหลายครั้ง มีการซ่องสุมอาวุธสงครามเพื่อทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมใจกลางเมืองหลวง ขณะที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงโดยมิชอบทำให้พ้นจากรักษาการนายกรัฐมนตรี จนเกิดสุญญากาศทางการเมืองขึ้น เมื่อ 7 พฤษภาคม นอกจากนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็ถอดถอนนายกรัฐมนตรีกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวด้วย

วันที่ 20 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ประกาศกฎอัยการศึก และเชิญตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองเข้าประชุมที่สโมสรกองทัพบก เพื่อเสนอทางออกการแก้ปัญหาวิกฤตประเทศไทย จากการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งข้อเสนอจะปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งหรือเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป เพราะเลือกตั้งทั่วไป (ส.ส) 2 กุมภาพันธ์ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ พอ 22 พฤษภาคมไม่สามารถตกลงกันได้ ผบ.ทบ.จึงประกาศยึดอำนาจ และเข้าควบคุมประเทศในนามคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

  คณะสงฆ์สร้างพุทธมณฑลเชียงใหม่

ด้านกิจการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2557 นับเป็นปีมหามงคลที่พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันสร้างพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่ บนพื้นที่ 906 ไร่ บ้านโป่งกุ่ม อ.ดอยสะเก็ด โดยพระเทพโกศล เจ้าคณะจังหวัด พระเทพมังคลาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัด พร้อม ผวจ.เชียงใหม่ นายก อบจ.เชียงใหม่และทุกภาคส่วนวางศิลาฤกษ์ พร้อมหล่อรูปเหมือนครูบาศรีวิชัยไว้สถานที่ดังกล่าวแล้ว ขณะที่พระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ก็จัดกิจกรรมบุพเปรตพลี ณ ข่วงหลวงเวียงแก้วอย่างยิ่งใหญ่ โดยจังหวัดมีการประกวดออกแบบสร้างข่วงหลวงเวียงแก้วขึ้นแล้ว แต่ยังรองบประมาณ

21 กันยายน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯดอกไม้ให้ ผวจ.เชียงใหม่พระราชทานแก่พระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงปู่ทอง สิริมังคโล) วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 91 ปีเป็นพระมหาเถระอายุพรรษาสูงสุดของภาคเหนือ และ 5 ธันวาคม โปรดเกล้าฯเลื่อนสมณศักดิ์พระเทพวรสิทธาจารย์ วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เป็นพระธรรมเสนาบดี และพระศรีสิทธิเมธี วัดสวนดอก พระอารามหลวงเป็นพระราชรัชมุนี ด้านคณะสงฆ์ธรรมยุต ได้เลื่อนพระราชวินัยโสภณ วัดล้านนาญาณสังวราราม เป็นรองเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 และพระโสภณธรรมสาร วัดป่าดารมภิรมย์ เป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน

  แผ่นดินไหวแรงสุดในภาคเหนือ

วันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 18.08 น. เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภาคเหนือ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 6.3 ริกเตอร์ มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย รู้สึกแรงสั่นไหวได้ทั่วภาคเหนือจนถึง กทม. นับเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดลบสถิติครั้งก่อน ๆแม้มีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียว แต่ความเสียหายกับอาคารบ้านเรือน วัด โรงเรียน สถานที่ราชการ และถนนใน อ.พาน แม่ลาว เมือง แม่สรวย ป่าแดด และใกล้เคียงมีมากมาย ทางราชการเร่งฟื้นฟูช่วยเหลือ และภาคเอกชนประชาชนร่วมกันส่งสิ่งของและเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งใหญ่นี้ด้วยน้ำใจคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน

รอบปีนี้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4 ริกเตอร์ลงมาอีกหลายพันครั้งโดยเฉพาะใน จ.เชียงราย นอกนั้นมีที่น่าน เชียงใหม่ และตาก ล่าสุดวันที่ 29 ธันวาคม 2557 เวลา 12.00 น.เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ริกเตอร์ที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ศุนย์กลางลึกลงไปใต้พื้นพิภพ 1 กม. เป็นแผ่นดินไหวส่งท้ายปีเก่า

ภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน และสิ่งแวดล้อม

ปีมะเมีย แม้ว่าพระโคจะเสี่ยงทายว่าน้ำท่าบริบูรณ์ แต่บริเวณตอนบนของประเทศไทย มีค่าฝนต่ำกว่าทุกปี ทำให้ปริมาณน้ำเก็บกักตามเขื่อน และอ่างเก็บน้ำต่าง ๆมีน้อย จ.เชียงใหม่ซึ่งเป็นต้นน้ำ จึงเตรียมตัวรับวิกฤตภัยแล้ง โดยสำนักงานชลประทานที่ 1 ขอสงวนน้ำเก็บกักไว้ และแจ้งเตือนให้เกษตรกรลดการปลูกพืชใช้น้ำมากในฤดูแล้ง เฉพาะเขื่อนแม่กวงอุดมธารามีปริมาณน้ำน้อยที่สุดในรอบ 16 ปี จึงคาดว่าฤดูแล้งปีใหม่ 2558 จะเกิดภัยแล้งรุนแรงอีกครั้ง

ปัญหาต่อมาคือ ไฟป่า และหมอกควัน ซึ่งมีการประชุมทั้งของเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เตรียมแผนรับมือมาตั้งแต่กลางปี คาดว่าเมื่อเกิดภัยแล้งก็จะเกิดการเผาป่า หาของป่า และสะสมหมอกควันมหาศาลเช่นปี 2551 อีกครั้ง หากไม่กำหนดมาตรการแก้ไขเด็ดขาด ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อม นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.เชียงใหม่ได้ให้ อ.แม่ริม เมือง และหางดงร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.แก้ไขฟื้นฟูสภาพคลองแม่ข่าที่เน่าเสียให้กลับคืนมาสดใส โดยระบายน้ำชลประทานแม่แตงผ่านอ่างเก็บน้ำแม่หยวกลงมาช่วย พร้อมกับการแก้ปัญหาคนบนพื้นที่สูงและต่างด้าวมาปลูกสลัมอยู่ในคลองแม่ข่า มีการกำชับให้ทุกท้องที่ลงมือทำงานแก้ปัญหานี้ทันที อีกด้านมีการรณรงค์ความสะอาดเก็บกระทงในแม่น้ำปิง และการจัดกิจกรรม “เมืองสะอาด คนในชาติมีสุข” ไปพร้อมกัน นอกจากนั้นป้ายโฆษณาต่างๆ ที่ขึ้นรกเมือง ก็กำชับเทศบาลนครเชียงใหม่จัดระเบียบใหม่ มีการปลดป้ายเถื่อนลงหลายแห่ง

กิจกรรม/เทศกาลท่องเที่ยวยังคึกคัก

รอบปีที่กำลังจะผ่านไป ในด้านกิจกรรม เทศกาลงานประเพณีต่าง ๆ ของเชียงใหม่ ยังถือมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดผู้คนมาชมเนืองแน่น ตั้งแต่งานมหากรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ต้นกุมภาพันธ์ ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนเวลาเคลื่อนขบวนรถบุพผชาติจากเชิงสะพานนวรัฐไปยังสวนสาธารณะหนองบวกหาดจากตอนเช้าเป็นเวลา 16.00 น. ท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชน และนักท่องเที่ยว แต่คณะกรรมการจัดงานอ้างว่ามีงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวสนับสนุนเพื่อจะมีกิจกรรมแสงสีในภาคค่ำ จึงกำหนดจัดงานครั้งใหม่ปี 2558 ในภาคบ่ายและค่ำเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเทศกาลมหาสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง) ก็ถือว่าคึกคักเช่นเคย ส่วนกรณีการจัดประเพณีสระเกล้าดำหัว ผวจ.เชียงใหม่และภริยา ที่หลายฝ่ายเดือนขอให้เปลี่ยนจากวันที่ 15 เป็น 16 เมษายนซึ่งเป็นวันพญาวันตามปฏิทินโหรหลวง แต่ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนให้ถูกต้อง และงานประเพณียี่เป็ง(ลอยกระทง) ก็ยังได้รับความสนใจคึกคัก ขณะเดียวกันมีการเสริมงานลานนาเอกซโป 2014 เข้ามาอีก

ช่วงหลังการเข้ามาบริหารของ คสช.ใหม่นักท่องเที่ยวหายไปบ้าง แต่กลางปีและปลายปีกลับมีมามากมายทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนมีมากที่สุด อย่างไรก็ตามปีนี้ ถือเป็นปีที่มีการส่งเสริมการใช้จักรยานมากที่สุดของเชียงใหม่ กระแสความนิยมปั่นจักรยานออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ จัดขึ้นมากมาย รวมทั้งนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่จะส่งเสริมให้มีเส้นทางจักรยานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดฉลองวาระ 50 ปี ก็มีกิจกรรมปั่นจักรยานในวันพ่อแห่งชาติ ทำให้เชียงใหม่มีเสน่ห์ในเรื่องเมืองจักรยานเป็นอันมาก

  ภาวะเศรษฐกิจปีมะเมียทรุดหนัก

รายงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ (เชียงใหม่) ห่วงแต่ละไตรมาส (3เดือน) ระบุถึงภาวะเศรษฐกิจตั้งแต่ปลายปีก่อนหน้ามาถึงกลางปี 2557 มีปัญหาหลายด้าน ทั้งการผลิต การส่งออกลดลง เนื่องจากความไม่สงบในบ้านเมือง พอมาถึงไตรมาสสามสถานการณ์การท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น เพราะมีนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามา ขณะเดียวกันคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.)มีการประชุมสรุปถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ซบเซา และปัญหาต่างๆทุกเดือน ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ของเชียงใหม่ มีการผุดคอนโดมิเนียมใหม่ขึ้นไม่กี่แห่ง เช่นเดียวกับบ้านจัดสรรเริ่มลดการแข่งขันลง คงมีแต่โครงการตึกแถวพาณิชย์รูปโฉมใหม่ ในเวลาเดียวกัน คสช. และกระทรวงพาณิชย์พยายามจัดกิจกรรมธงฟ้าราคาประหยัดเข้ามาในพื้นที่เพื่อลดค่าครองชีพแก่ประชาชน ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังจัดตลาดนัดการเกษตรขึ้นในศาลากลาง เพื่อหวังให้เกษตรกรมีที่ขายผลผลิต ด้านลำไยปีนี้ก็มีราคาตกต่ำ ยาวพาราเชียงใหม่แม้จะปลูกไม่มากก็รับผลกระทบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ขึ้นมาปาฐกถาที่เชียงใหม่ยอมรับภาวะเศรษฐกิจไทยถดถอย และให้ความหวังว่าต้นปี 2558 จะดีขึ้น เพราะมีการไขก็อกงบประมาณแผ่นดินออกมาตามแผนงาน-โครงการต่างๆมากมาย

            สรุปว่า ปี 2557 เป็นปีทุกข์ใจของประชาชนไม่น้อย อันเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ พอ คสช.เข้ามาบริหารจัดการ พยายามจะคืนความสุขแก่ประชาชน ก็ยังมีปัญหาการบริหารของกระทรวงต่างๆ ไม่เป็นมืออาชีพพอจะเร่งแก้ไขฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้ง ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงมากที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ก็ไม่ได้ฉวยโอกาสนั้นสร้างความพึงพอใจแก่ประชาชนเท่าที่ควร จึงมีคำถามว่าปีใหม่ 2558 จะเกิดอะไรขึ้นหรือคนไทยจะเดินหน้าไปทางใด ?

บุณย์ มหาฤทธิ์ /บันทึก