หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

วัดทั่วเหนือย่ำระฆัง สถาปนาพระสังฆราช

Author by 11/02/17No Comments »

      สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์          ตามที่ สำนักงานเลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้า สั่งว่า เนื่องจากตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ยังว่างอยู่ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้ทรงสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ..2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 2 .. 2535 และฉบับที่ 3 .. 2560 ผู้เหมาะสมที่จะได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานของฝ่ายสงฆ์ มีความสำคัญยิ่งในพระบวรพุทธศาสนาแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งทรงเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯให้ประกอบการพระราชพิธีสถาปนา ในท่ามกลางสังฆมณฑล ซึ่งพร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่  เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัดต่าง พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติในตำแหน่งที่มีความสำคัญและเชิดชูพระพุทธศาสนาสืบไปนั้น  

ตามหมายกำหนดการ วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง เวลา 18.00 น.เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อพระสงฆ์ออกไปครองผ้าเสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งยังอาสน์สงฆ์ตามลำดับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระราชโองการสถาปนา สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก จบ สมเด็จพระราชาคณะนำสวดคาถา “สงฆราชฏฺฐปนานุโมทนา” แล้วพระสงฆ์กรรมการมหาเถรสมาคมนำสวด “โสอตฺถลทโธ” แล้วสมเด็จพระสังฆราช สกล มหาสังฆปริณายกเสด็จไปประทับที่อาสน์สงฆ์ พร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม ณ ท่ามกลางสังฆมณฑล ซึ่งมีเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปถวาย น้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏแด่สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และถวายพระสุพรรณบัฏ พระตราตำแหน่ง พัดยศ และเครื่องสมณศักดิ์ขณะนี้ พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระสงฆ์ตามพระอารามทั่วราชอาณาจักรซึ่งชุมนุมในพระอุโบสถเจริญชัยมงคลคาถาและย่ำระฆัง

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเครื่องสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกและทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในสังฆมณฑลตามลำดับแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จบแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปประทับ ณ อาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถ พระมหาเถระฝ่ายคณะธรรมยุต และฝ่ายมหานิกาย  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จออกจากพระอุโบสถทางพระทวารกลาง ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตญวน และจีน ส่วนพระสงฆ์นอกนั้นออกจากพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับ (การแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ หรือสายสะพายช้างเผือก)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะสงฆ์ธรรมยุตในภาคเหนือตอนบน และคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดการเจริญชัยมงคลคาถา  และย่ำระฆังพร้อมกัน ในพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป ณ พระวิหารหลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งพระครูปลัดสุวัฒนเมตตาคุณ รองเลขานุการคณะสงฆ์ภาค 7 แจ้งว่า คณะสงฆ์ทั้งสองฝ่าย คณะพุทธบริษัท ข้าราชการ ศรัทธาประชาชนจะพร้อมกัน โดยประธานในพิธีจะเริ่มกราบพระรูปสมเด็จพระสังฆราช 3 ครั้ง แล้วเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียน ถวายสักการะหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเสร็จแล้วกราบ 3 ครั้ง

เวลา 18.00 น. พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา และย่ำระฆัง เพื่อแสดงอนุโมทนาสาธุการ (ตรงกับพิธีถ่ายทอดสด)ในช่วงเวลาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ พระสุพรรณบัฏ พัดยศ เครื่องสมณศักดิ์และพระตราประจำตำแหน่งแด่สมเด็จพระสังฆราช จากนั้นคณะสงฆ์ภายในพระวิหารหลวง พร้อมด้วยประธานฝ่ายฆราวาสกราบพระรัตนตรัย และกราบพระรูปสมเด็จพระสังฆราช  เป็นเสร็จพิธี ส่วนการแต่งกาย ข้าราชการชุดปกติขาวไว้ทุกข์ ประชาชนทั่วไปชุดสุภาพไว้ทุกข์ ทั้งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ และคณะสงฆ์ธรรมยุตเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ได้แจ้งให้ทุกวัดพร้อมใจกันย่ำระฆังในเวลา 18.00 น.โดยให้รับสัญญาณจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ.