หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

วิสัยทัศน์เชียงใหม่ภาคประชาชน

Author by 24/07/14No Comments »

เขียว

unnamed

                  “วิสัยทัศน์มาจากคำภาษาอังกฤษ “Vision” หมายถึง การมองภาพอนาคตและกำหนดจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับภารกิจ ค่านิยม และความเชื่อเข้าด้วยกัน แล้วมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการ จุดหมายปลายทางดังกล่าวต้องชัดเจน ท้าทาย มีพลังและมีความเป็นไปได้

ลักษณะของวิสัยทัศน์ที่ดี ต้องมีมุมมองแห่งอนาคต สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ริเริ่มโดยผู้นำความคิด สมาชิกในสังคมมีส่วนร่วมคิดและให้การสนับสนุน มีความน่าเชื่อถือ ทุกคนเต็มใจที่จะปฏิบัติตาม การมีส่วนร่วมของสมาชิกจะก่อให้เกิดความผูกพันร่วมกัน และทุกคนพร้อมที่จะให้การสนับสนุน

นอกจากนั้น ยังต้องมีสาระครบถ้วนและชัดเจน สะท้อนให้เห็นจุดหมายปลายทางและทิศทางสู่อนาคตที่ทุกคนเข้าใจง่าย สามารถทำให้สำเร็จได้ตรงตามเป้าหมาย ที่สำคัญ ต้องสร้างเสริมความใฝ่ฝันและพลังดลใจ ท้าทาย ทะเยอทะยาน สามารถปลุกเร้าและสร้างความคาดหวังที่พึงปรารถนา มีแผนปฏิบัติที่แสดงให้เห็นวิธีการที่มุ่งสู่จุดหมายชัดเจน และเมื่อปฏิบัติตามก็จะให้ผลคุ้มค่าในอนาคต

การกำหนดวิสัยทัศน์เป็นสิ่งจำเป็นในการบริหารงานทุกภาคส่วนและทุกระดับ แม้แต่การบริหารบ้านเมืองก็ต้องกำหนดวิสัยทัศน์ สำหรับเชียงใหม่นั้น วิสัยทัศน์ที่เราคุ้นเคยและรับรู้อยู่เสมอคือวิสัยทัศน์จังหวัด ที่สรุปรวบยอดเอาไว้ว่า “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง” แต่มาภายหลังมีการเติมแง่มุมทางวัฒนธรรมเข้าไป กลายเป็น “นครแห่งชีวิต ความมั่งคั่ง และความสง่างามทางวัฒนธรรม”

ฟังดูดี และต้องยอมรับว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่สวยหรู แต่บ้านเมืองที่ดีไม่ได้เกิดจากคำไม่กี่คำที่นำมาเรียงกันเป็นวลีที่ยาวไม่ถึงคืบ อีกทั้งยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นมารองรับวิสัยทัศน์ก็สวยหรูไม่ต่างกัน เช่น การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง, การสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุข, การเป็นฐานทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด, การสร้างความมั่นคงปลอดภัย และความสงบสุขของประชาชน, การสร้างประสิทธิภาพ ความโปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และเป็นธรรมในการให้บริการ

แต่ความจริงเป็นอย่างไร? เชียงใหม่อยู่เย็นเป็นสุขหรือไม่? มั่งคั่งอย่างยั่งยืนหรือไม่? หน่วยงานต่างๆ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และเป็นธรรมหรือไม่? นั่นต่างหากคือคำตอบว่า วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์อันสวยหรูเหล่านั้นได้รับการปฏิบัติให้เป็นจริงหรือไม่?

ที่สำคัญ ภาคประชาชนพลเมืองได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำกับ ดูแล และผลักดันให้เชียงใหม่พัฒนาไปตามวิสัยทัศน์หรือไม่ หรือคิดเห็นอย่างไรกับวิสัยทัศน์ที่มีอยู่ และในมุมของตัวเองอยากเห็นเชียงใหม่ก้าวหน้าไปในทิศทางใด

เพื่อหาคำตอบภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง จึงได้จัดทำกระบวนการ “ตามหาวิสัยทัศน์ภาคประชาชน” โดยการจัดเวทีพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ นับสิบกลุ่ม เพื่อนำมาสรุปเป็นวิสัยทัศน์เชียงใหม่ภาคประชาชน และกำหนดแนวทางการพัฒนาร่วมกัน ทั้งในภาคประชาชนเอง และแสวงหาความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐ

แม้ผลที่ออกมาจะยังไม่สามารถสรุปรวบยอดเป็นคำขวัญอันสวยหรู เหมือนวิสัยทัศน์ที่กำหนดโดยภาครัฐ แต่มีรายละเอียดน่าสนใจ โดยเฉพาะภาพฝันของคนเชียงใหม่ที่มีต่อสังคมในอนาคต ตัวอย่างเช่น อนาคตที่อยากเห็นของกลุ่มศาสนา อาทิ อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ทั้งกาย ใจ ปัญญา, วัด โบสถ์ มัสยิด ไม่ควรมีโรงแรม สถานบริการมาอยู่ใกล้ๆ, ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายทุกอย่าง เช่น การจัดวางผังเมือง การสร้างตึก ไม่ให้มีการเปิดร้านขายอาหารแต่แอบขายเหล้า ฯลฯ, อยากเห็นเชียงใหม่อยู่อย่างปกติสุข ทั้งประเพณี วัฒนธรรม บ้านเมือง, อยากเห็นวัดวาอาราม ศาสนสถานทุกศาสนา ดำรงอยู่อย่างมั่นคง ไม่ใช่อยู่อย่างหวาดระแวง, องค์กรศาสนาต้องมีความสำคัญมากกว่านี้, ในการพัฒนาบ้านเมือง ต้องไปด้วยกันทั้งศาสนา กลุ่มทุน รัฐ ชุมชน

อนาคตที่อยากเห็นของกลุ่มนักศึกษาสายสิ่งแวดล้อม : เอาสายไฟลงดินเพื่อปรับภูมิทัศน์เมือง, ถ่ายน้ำมันเครื่องรถแดงเพราะรถแดงปล่อยมลพิษเยอะ, ปลูกต้นไม้ในเมืองและในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ดูแลต้นไม้ในเมืองทั้ง 2 ข้างถนนและในสวนสาธารณะ, พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสะอาด เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ส่งเสริมให้แต่ละบ้านใช้ โดยรัฐสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจ เช่น การลดภาษี, ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ใช้ขนส่งมวลชนมากขึ้น ส่งเสริมการใช้ขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น รถไฟฟ้ารางเบาหรือรถโดยสาร BRT, ส่งเสริมการสร้างบ้านพลังงานแสงอาทิตย์, มีแหล่งน้ำลำคลองและคูเมืองที่สะอาด มีการปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณ, มีการจัดการขยะที่ดี มีสถานที่ฝังกลบขยะ มีการแยกขยะ, ส่งเสริมการปั่นจักรยาน สร้างช่องทางจักรยานที่สะดวก ปลอดภัย, ภาครัฐมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แม้แต่ชาวบ้าน (กลุ่มตัวอย่างคือชุมชนหนองหอย) ก็มีภาพฝันหรือมีวิสัยทัศน์ที่อยากเห็นในอนาคต เช่น ด้านการขนส่งและจราจร : มีขนส่งมวลชนที่ดีและทันสมัย, ด้านสังคม วัฒนธรรมและศิลปะ : มีการแต่งกายที่เหมาะสม มีประเพณีที่ดีงาม คนในชุมชนสามัคคี ปลอดการพนันและยาเสพติด, ด้านสิ่งแวดล้อม : ไม่เกิดน้ำท่วม มีธรรมชาติที่สวยงาม, ด้านการศึกษา : ส่งเสริมการศึกษานอกห้องเรียนและเข้ากับท้องถิ่น มีการศึกษาทันสมัย มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม, ด้านเศรษฐกิจ : เกิดเศรษฐกิจของคนท้องถิ่น มีรายได้พอกับรายจ่าย ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง, ด้านการเกษตรและอาหาร : มีความปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาพของชาวเชียงใหม่, ด้านการบริหารงานของรัฐ : โปร่งใส ตรวจสอบได้

อีกเวทีหนึ่งที่สำคัญและค่อนข้างกว้างขวาง มีทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม คือ เวทีวิสัยทัศน์การจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองเชียงใหม่ จัดกันไปเมื่อปลายปี 2556 ได้ข้อสรุปอันหนึ่งซึ่งอาจจะนำมาเป็นคำขวัญเคียงข้างไปกับวิสัยทัศน์ของจังหวัด นั่นก็คือ “วิมานของผู้อาศัย สวรรค์ของผู้มาเยือน” ส่วนจะเป็นวิมานสวรรค์ได้อย่างไร คำตอบอยู่ในการทำภาพฝันที่ประมวลจากเวทีวันนั้นให้เป็นจริง

ด้านสิ่งแวดล้อม : อยากให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มอีก 3 เท่า/ เต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งไม้ใหญ่ ไม้ดอกไม้ประดับ/ มีไม้หอมเยอะๆ/ อยากเห็นต้นยางอยู่คู่ยางเนิ้ง ดอกเอื้องคู่ต้นยางนา บนถนนสายเชียงใหม่-ลำพูนตลอดไป/ ริมถนนในเมืองมีต้นไม้ใหญ่/ มีความเขียวขจีรอบๆ คูเมือง/ ไม่มีมลพิษของหมอกควันที่เกิดจากการเผาขยะหรือยานพาหนะ/ ปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์ รับประทานได้ตามริมถนน/ มีการปลูกพืชผักสวนครัวที่ปลอดสารพิษ/ แต่ละบ้าน ชุมชน ถนน มีต้นไม้/ มีที่นั่งพักใต้ต้นไม้/ มีสวนออกกำลังกาย เป็นพื้นที่สีเขียวในแต่ละอำเภอ/ อยากให้ปลูกต้นไม้คนละต้นทุกปี เชียงใหม่จะได้ร่มรื่น

ด้านการจราจร : รณรงค์ให้มีการปั่นจักรยาน มีช่องทางให้จักรยานทุกสาย/ ลดการใช้รถส่วนตัว/ มีขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เช่น รถไฟฟ้ารางเบา BRT มินิบัส ฯลฯ เชื่อมต่อทั้งในตัวเมืองและเส้นนอกเมือง/ มีทางเท้าที่ร่มรื่น ปลอดภัยได้มาตรฐาน

ด้านเทคโนโลยี : มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ/ เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ดี ประหยัด ลดมลภาวะ

ด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี : ดอยสุเทพเขียวขจี สวยงาม เป็นแหล่งน้ำ อากาศ ไม่มีกระเช้าไฟฟ้า มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นศูนย์รวมความศรัทธาตลอดไป/ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์/ รักษาวัฒนธรรม ประเพณีของล้านนาไว้ให้ดีงาม และคงอยู่ตลอดไป/ มีการรักษาภาษาท้องถิ่น/ นุ่งห่มผ้าพื้นเมืองเพื่อเป็นการอนุรักษ์ และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว/ อนุรักษ์เมืองเก่าไว้ให้เป็นมรดกของลูกหลาน

ด้านสังคม : มีความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เอื้ออาทร จิตใจดี มีความสุข/ มีบ้านพักคนชรา/ บ้านเมืองสะอาด เรียบร้อย ไม่รกรุงรัง ร่มเย็น/ อยากให้เมืองเชียงใหม่ช้าลง ทุกคนจะได้มีเวลายิ้มให้กันมากขึ้น

ด้านอื่นๆ : ความกลมกลืนของธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคม/ เป็นเมืองโบราณอนุรักษ์ โดยการจัดโซนอนุรักษ์/ มีสวัสดิการที่เอื้ออำนวยต่อความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุ/ ไม่มีสุนัขจรจัด ช้างเร่ร่อน/ แยกโซนที่อยู่อาศัย ตึก สถานบันเทิง ออกจากกันอย่างชัดเจน.

โดย : บรรจบ สันติเสรี